วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มาหาดูทะเบียนทีมTop5 สิ่งศึกพรีเมียร์ลีก เก่าเปิดฤดูกาลนี้กันเลย



รายชื่อทีม Top 5 ก่อนออกตัวศึกพรีเมียร์ลีก

ในวันนี้ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษได้ออกสตาร์ตนัดแรกกันแล้วหลังจากทัวร์สหรัฐอเมริกากันบ้าง ลุยเอมิเรตส์ คัพบ้างจนกระทั่งถึงเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ความสนุกสนานตื่นเต้นที่แท้จริงกำลังจะเกิดขึ้น เราสรุปสถานการณ์ของทีมท็อปไฟว์กันอีกครั้ง เอาแบบวิเคราะห์บอลภาพรวมๆในขณะนี้เพราะยังมีเวลาให้พลิกโผเรื่องของขุมกำลังกันอีก

1.ทีมผีแดงกลับมาแล้ว แม้จะยังไม่ถึงขั้นที่จะสรุปออกมาว่ากลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เป็นทีมหนึ่งที่ยังคงมีโอกาสเติมขุมกำลังในโค้งสุดท้ายอีกหลายสมณศักดิ์

ซึ่งที่กลับมาแล้วคือความมั่นใจของนักเตะ โดยกุนซือใหม่ที่มีบารมีอย่าง ฟาน ฮัล สามารถดึงโฟกัสและความมุ่งมั่นของทุกคนออกมาจนกลายเป็นข้อความมั่นใจของทีม หลังจากสูญหายไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ในระบบการเล่นแบบ 3-5-2 คือปัจจัยหลักที่ ฟาน ฮัล จะใช้กับผีแดง ลองของมาต่อเนื่องช่วงปรีซีซั่น จัดการมาเกลี้ยงหมดไม่ว่าจะเป็น 

1.โรม่า
2.อินเตอร์ มิลาน 
3.เรอัล มาดริด
4.ลิเวอร์พูลและ
5.บาเลนเซีย ไม่ว่าจะเป็นการดวลจุดโทษหรือในเวลาก็แล้วแต่

ในนาทีนี้ยังคงรอการกลับของ ฟาน เพอร์ซี่และตัวใหม่ที่มีข่าวจ่อจะได้ตัวทุกวัน แต่ความมั่นใจไม่ต้องรอ ล่วงหน้ามาแล้ว...


2.ทีมเชลซีได้กำจัดจุดอ่อน เมื่อโจเซ่ มูรินโญ่ ประกาศไว้จะจะตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว เขามีทีมแต่ไม่มีกองหน้าที่จะพาทีมไปถึงแชมป์ ช่วงปิดภาคการศึกษาลงมือแก้ไขปัญหาหลักทันที

ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่แค่กองหน้า แบ็กซ้ายของทีมที่ไขว้ อัสปิลิกวยต้าไปวิ่งช่วยงานตลอดทั้งฤดูกาลก็ต้องแก้ไขเช่นกัน การจากไปของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ขาดตัวที่จะประสานงานแดนกลางอย่างสมบูรณ์แบบคือได้ทั้งจัดทำเกม ได้ทั้งการเชื่อมเกม ปิดสกอร์ก็ยังได้

และมูรินโญ่ จึงได้เติม ดีเอโก้ คอสต้า ในแดนหน้า ตรงกลางได้ เชส ฟาเบรกาส เข้ามาเติมเต็ม รวมทั้ง ฟิลิเป้ หลุยส์ ในตำแหน่งแบ็กซ้าย เป็นการแก้ปัญหาตรงจุดเป๊ะ ได้ใจความสมบูรณ์แบบ แถมดึง กูร์กตัวส์ กลับมาอีกคน

จึงส่งสัญญาณชัดเจน ฤดูกาลนี้เชลซีเต็งแชมป์...


3.ทีมปืนโตมีสิทธิ์ได้ลุ้นแชมป์ หลังจากท่อาร์แซน เวนเกอร์ และ แฟนอาร์เซนอลพูดแม่พิมพ์นี้ทุกปี แล้วก็แผ่วปลายไปทุกปี ทว่าวันนี้นโยบายที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ขายนักเตะตัวหลักเพื่อนำเงินเข้าสโมสร และทำตรงกันข้ามทุ่มเงินซื้อตัวดีๆเข้ามาเพิ่ม

เมื่อได้ อเล็กซิส ซานเชซ เข้ามากระตุ้นความกระชุ่มกระชวยให้กับทีมและ คาลัม แชมเบอร์ส เตรียมไว้เพื่อวันนี้และอนาคต ในขณะเดียวกัน อารอน แรมซี่ย์ พร้อมที่จะเป็นตัวโดดเด่นอีกครั้ง

ทีมอาร์เซนอลในเชิงบวกถูกแก้ไขให้ดีเยี่ยมขึ้นมา แต่อย่าไปงมงายกับเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ที่ถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะนั่นคือเรือสำรอง เรือสำเภาที่ยังไม่พร้อมปล่อยลงน้ำ

และอย่างไรก็ตามหลายอย่างดูเหมือนจะลงตัวมากขึ้น มีความหวังมากขึ้น ถ้ายืนระยะได้จริงๆก็มีลุ้น...

4.ทีมหงส์แดงกับชีวิตหลังไร้ซัวเรซ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า หลุยส์ ซัวเรซ คือนักเตะที่ยกระดับเกมของหงส์แดงให้ก้าวร้าวและดุดัน เหตุการณ์เช่นนั้นไม่มีอีกแล้ว ต้องยืนด้วยลำแข้งของขุมกำลังใหม่ที่สร้างกันขึ้นมา

และเราก็ไม่ค่อยคุ้นกันเท่าไหร่กับสถานการณ์กระหน่ำซื้อตัวของหงส์แดง แต่ทว่าฤดูกาลที่แล้วมีขุมกำลังให้ใช้งานแค่ 12-13 คนเท่านั้น เมื่อมีเกมยุโรปเข้ามาเพิ่มต้องมีขุมกำลังที่เลิศขึ้นให้สามารถโรเตชั่นได้ 18-19 คนนั่นคือสิ่งที่ละโมบ

1.
ลัลลาน่า
2.มานกวิโญ่
3.มาร์โควิช
4.ลอฟเรน
5.โมเรโน่ พวกนี้เป็นคราวหน้าของทีมทั้งนั้น พร้อมด้วยคำถามที่คาใจก็คือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สามารถที่จะใช้เวลาอันสั้นทำให้ทุกอย่างลงตัวไหลลื่นได้หรือไม่

5.ทีมเรือใบไฟแนลเชียล แฟร์เพลย์ แม้จะขยับตัวแทบไม่ได้ก็ยังมี 
1.เอเลียควิม ม็องกาล่า
2.มี แฟร์นานโด
3.วิลลี่ กาบาเญโร่ และ 
4.บาคารี่ ซานญ่า เข้ามา เรือใบต้องเรียนรู้อยู่ในกฎระเบียบเหมือนชาวบ้าน

ถึงแม้จะดูอึดอัดไปหน่อย แต่ระดับโดยรวมยังคงใช้ได้ เพียงแต่ไม่หวือหวาเหมือนที่ผ่านมาเท่านั้นเอง...





8 การเซ็นคำมั่นซื้อขายที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกประจำซัมเมอร์นี้ by อลัน สมิธ




เมื่ออลัน สมิธ ซึ่งเป็นอดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษของอาร์เซน่อลช่วงปลายยุค 80 ถึงต้น 90 ซึ่งปัจจุบันเป็น คอลัมนิสต์ ให้กับ เทเลกราฟ สื่อชื่อดังแดนผู้ดี ให้ทรรศนะถึง 8 การเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก 2014-15 จะมีใครบ้างลองสืบเสาะครับ

1. อเล็กซิส ซานเชซ ของทีมอาร์เซน่อล


ไม่ว่าจะเป็นการหาพื้นที่ว่าง, ด้านความเร็วที่น่าทึ่ง และพลังงานที่ไม่มีวันหมด ดาวเตะชิลีจะสร้างความแตกต่างให้เกมบุกของอาร์เซน่อลในซีซั่นนี้ เขารวดเร็วปราดเปรียว ถ้าปลดล็อกเริ่มยิงประตูได้และท็อปฟอร์มเมื่อไร ปืนใหญ่มีลุ้นแชมป์ได้เลย

2. เชส ฟาเบรกาส จากทีมเชลซี


ซึ่งเขาก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีพรสวรรค์ในการทำเกมบุก รวมถึงพัฒนาการยิงประตูที่ดีขึ้น แข้งทีมชาติสเปนเป็นนักเตะที่โค้ชทุกคนชื่นชอบ เล่นตามแท็กติกที่โค้ชต้องการอย่างเข้มงวดโดยไม่ปริปากบ่น โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เพชรเม็ดงามมาร่วมทีมของแท้

3. เอเลียควิม ม็องกาล่า จากทีมแมนฯ ซิตี้


เป็นคนที่อ่านเกมได้ดี, มีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกาย , พร้อมทั้งอายุยังน้อยแค่ 23 ปี แต่การตัดสินใจเด็ดขาดเกินวัย ทำให้ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดลุยฟุตบอลโลก 2014 ด้วย เขาจะกลายเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ลงตัวกับกัปตันทีม แว็งซ็องต์ ก็องปานี

4. อันเดร์ เอร์เรร่า จากทีมแมนฯ ยูไนเต็ด


เพราะฟอร์มช่วงปรีซีซั่นกับทีมทำได้สุดยอด ได้แสดงให้เห็นถึงการออกบอลที่แม่นยำและรวดเร็ว จุดอ่อนของกองกลางชาวสเปนคือการทำประตู แต่สิ่งนั้นก็ทดแทนโดยการจ่ายบอลที่เฉียบขาดจากแดนกลาง เวย์น รูนี่ย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จะได้ผลประโยชน์จากเขามากทีเดียว

5. ดูซาน ทาดิช จากทีมเซาธ์แฮมป์ตัน


ซึ่งเป็นอดีตเพลย์เมกเกอร์ของ ทเวนเต้ ปีที่แล้วท็อปฟอร์มสุดๆใน เอริดิวิซี่ ลีก ของฮอลแลนด์ 16 ประตู กับ 14 แอสซิสต์ คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณมาก เป็นนักเตะคนแรกของ โรนัลด์ คูมัน ที่เซ็นสัญญามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ และจะทดแทนการเสีย อดัม ลัลลาน่า ที่ย้ายไป ลิเวอร์พูล ได้เป็นอย่างดี

6. ดีเอโก้ คอสต้า จากทีมเชลซี


ถ้าจะไม่กล่าวถึงก็ดูจะไม่ได้สำหรับคนนี้ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดคนนึงของยุโรป แข็งแรงแกร่ง ทรงพลัง ว่องไว เป็นกองหน้าประเภทที่กองหลังส่วนใหญ่ไม่อยากเจอ แล้วยิ่งมี เอเด็น อาซาร์ และก๊วนมิดฟิลด์เกมรุกของเชลซีระดับพระกาฬคอยสนับสนุนอีก งานนี้คู่แข่งมีเหนื่อย

7. บาเฟติมบี้ โกมิส จากทีมสวอนซี


คงเรียกได้ว่าสุดคุ้มสำหรับทีม หงส์ขาว ที่ได้ตัวเขามาร่วมทีมแบบฟรีๆ ตัวใหญ่แต่รวดเร็ว พักบอลให้เพื่อนก็ได้ ยิงเองก็ดี ยิ่งถ้าทีมเก็บ วิลฟรีด โบนี่ ให้อยู่ต่อได้ การจับคู่ของทั้งสองคนจะสร้างความหนักใจให้กับกองหลังทุกทีม

8. มูฮาเหม็ด เบซิช จากทีมเอฟเวอร์ตัน


โดยโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ซึ่งเป็นนายใหญ่ของทีมสายตาแหลมคมมากที่คว้าตัวมิดฟิลด์ทีมชาติบอสเนียฯชุดลุยศึกฟุตบอลโลก มาร่วมเข้าทีมได้ เป็นตัวโฮลด์บอลชั้นเยี่ยม และจะช่วยแบ่งเบาภาระ แกเร็ธ แบร์รี่ กับ เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ ได้เป็นอย่างดี



หงส์แดงจ่ออัพค่าจ้างสเตอร์ลิ่งเป็น4เท่ากันท่าชุดขาว




เมื่อ เดอะ ค็อป ลุ้นทีม หงส์แดง จ่อมอบสัญญาใหม่ระยะยาว พร้อมด้วยอัพค่าจ้าง สเตอร์ลิ่ง เป็น 6.6 ล้านบาทต่อสัปดาห์เลย เพื่อรั้งอยู่กับทีมต่อไปนานๆ กันท่าทีม ราชันชุดขาว

เมื่อทีมลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่า ได้เตรียมยื่นสัญญาฉบับใหม่ พร้อมกับอัพค่ากะปลกกะเปลี้ยเป็น 120,000 ปอนด์หรือ 6.6 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ เพื่อให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกดาวรุ่งฝีเท้าจี๊ดจ๊าดอยู่ค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไปนานๆ หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

หลังจากที่สเตอร์ลิ่ง วัย 19 ปีทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเมื่อซีซั่นที่แล้ว และมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้หงส์แดง มีช่วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติ อังกฤษ ไปสู้ศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศ บราซิล อีกด้วย และด้วยฝีเท้าอันจัดจ้าน ณ เวลา นี้ทำให้กำลังตกเป็นข่าวว่า เรอัล มาดริด นั้นต้องการดึงตัวไปร่วมทีม

ซึ่งอย่างไรก็ตามล่าสุดรายงานล่าสุดระบุว่า หงส์แดง จัดแจงกันท่าเหล่าบรรดาทีมที่สนใจในตัว สเตอร์ลิ่ง โดยเตรียมยื่นสัญญาใหม่ให้ แม้ของเดิมนั้นจะหมดลงในปี 2017 ก็ตาม พร้อมอัพค่าเหนื่อยให้เป็น 4 เท่าจากแต่เดิมนั้นรับอยู่ที่ 30,000 ปอนด์หรือ 1.65 ล้านบาท ต่อสัปดาห์



โกลแฉว่าทีมปืนส่อแววปล่อยตัวโพลดี้





เมื่อเวนเกอร์ กุนซือทีม ไอ้ปืนใหญ่ มีแววจะเลือกขาย โพโดลสกี้ ดาวยิงเยอรมัน ออกจากทีมแน่ สื่อแฉมีทีมจากตุรกี และเยอรมัน อยากได้ตัว

โดยที่ โกล ดอท คอม เว็บไซต์กีฬาชื่อดังเสนอว่า อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วางแผนที่จะปล่อย ลูคัส โพโดลสกี้ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน ออกจากถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ภายในซัมเมอร์นี้ โดยมีทีมชั้นนำจากประเทศตุรกี และเยอรมัน กำลังให้ความสนใจ

หลังจากที่โพโดลสกี้ วัย 29 ปี เหลือสัญญาค้าแข้งกับทีม ไอ้ปืนใหญ่ อีกแค่ 2 ปีเท่านั้น โดยเจ้าตัวต้องการที่จะลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทว่าตลอดซีซั่นที่ผ่านมาอดีตดาวเตะ เอฟเซ โคโลญจน์ ยังไม่ได้รับโอกาสนั้นมากนัก ซึ่งในเวลานี้มีทีมในตุรกี อย่าง เบซิคตัส และกาลาตาซาราย กำลังตกเป็นข่าวพัวพันอยู่ เช่นเดียวกับบางสโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมัน

ในขณะเดียวกัน เวนเกอร์ ก็มีแนวโน้มที่จะขายตัว โพลดี้ ออกจากทีม เนื่องจากทีมมีผู้เล่นเกมรุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 
1.อเล็กซิส ซานเชส กองหน้าชาวชิลี ที่เพิ่งคว้าตัวมาจากทีม บาร์เซโลนา 
2.ธีโอ วัลค็อตต์
3.แจ็ค วิลเชียร์
4.ซานติ กาซอร์ล่า และ
5.โทมัส โรซิชกี้ รวมถึง 
6.โจเอล แคมป์เบล กองหน้าทีมชาติคอสตาริกา ที่เพิ่งกลับมาจากการยืมตัวกับ โอลิมเปียกอส
เมื่อทีมทอฟฟี่กระอักหลังบาร์คลี่ย์เข่าพังพัก8สัปดาห์

เมื่อทีม ทอฟฟี่ ต้องพบข่าวร้าย เมื่อ บาร์คลี่ย์ ต้องพักราว 8 สัปดาห์ หลังบาดเจ็บหัวเข่าช่วงฝึกซ้อม ส่งผลให้ต้องพลาดนัดเปิดซีซั่นใหม่พบกับทีม จิ้งจอก รวมถึงเกมกับทีม ปืน และทีม สิงห์ ด้วย

โดยที่เอฟเวอร์ตัน ทีมชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ต้องเจอกับข่าวร้ายก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มขึ้นอีกเพียงแค่ 1 วัน เท่านั้น เมื่อล่าสุด รอสส์ บาร์คลี่ย์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าในช่วงฝึกซ้อม ส่งผลให้นักเตะรายนี้สามารถต้องพลาดลงสนามโปรดทม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เป็นเวลาถึง 8 สัปดาห์ เลยทีเดียว

ซึ่งดาวเตะวัย 20 ปี ที่เพิ่งต่อสัญญากับทีม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ไปอีก 4 ปี เกิดอาการบาดเจ็บในช่วงฝึกซ้อม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 15 สิงหาคม และต้องเดินกะเผลกออกจากสนามซ้อมทันที และเมื่อทีมแพทย์มาดูสภาพ ก็คาดกันว่าจงพักอย่างน้อยราว 6 สัปดาห์ แต่ถ้าหนักกว่านั้นก็คือ 8 สัปดาห์

ทั้งนี้คาดว่า อาการบาดเจ็บของ บาร์คลี่ย์ ส่งผลให้เจ้าตัวจะไม่ได้ลงช่วยต้นสังกัดไปจนกว่าจะผ่านพ้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งแน่นอนจะไม่ได้ลงเกมเปิดซีซั่นใหม่ที่จะพบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ วันเสาร์นี้ 16 สิงหาคม ร่วมชุมนุมไปถึงแมตช์สำคัญที่ต้องพบกับ อาร์เซน่อล 23 สิงหาคม และ เชลซี 30 สิงหาคม อีกด้วย

โดยท่านสามารถรับชมข่าว : ฟุตบอล วิเคราะห์ผลบอล ตารางบอล โปรแกรมบอล เพิ่มเติมได้ที่

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สรุปข่าวสารฟอร์มปรีซีซั่นลำแข้งทีมหงส์แดง,เพียร์สันพูดสนใจกัมบิจริงเตรียมทุ่มเพิ่มล่าสไลมานี่


มาเช็คฟอร์มปรีซีซั่นแข้งทีม หงส์แดง ใครที่สดใส/ใครที่ต้องนั่ง




ภายหลังที่จบเกมอุ่นเครื่องกับทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ทีม หงส์แดง ได้โชว์ฟอร์มโหดยิงถล่มผู้มาเยือนจากเยอรมันกระจาย 4-0 ต่อหน้าต่อตาแฟนๆในถิ่น แอนฟิลด์ ภายหลังก่อนหน้านี้โชว์ผลงานไม่ค่อยน่าประทับใจนัก ไม่ว่าจะเป็นทัวร์นาเม้นต์อุ่นเครื่องที่สหรัฐอเมริกา หรือว่านัดอื่นๆที่ผ่านมา

ซึ่งในวันนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส น่าจะได้ผู้เล่นที่จะใช้คืนเป็นกำลังหลักสู้ศึกในซีซั่นใหม่แล้ว เรามาดูกันสิว่า ใครเข้าข่ายได้เล่นบ่อย ใครมีแนวโน้มจะได้นั่งข้างสนาม โดยจัดหมวดหมู่พิภัชตามฟอร์มการเล่นในช่วงอุ่นเครื่อง และความเป็นประโยชน์ต่อแท็กติกของ บีร็อด นั่นเอง คะแนนด้านหลังเต็ม 10

กลุ่มที่น่าได้เล่นบ่อยชัวร์

1.ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ หรือ คูตี้ สามารถเล่นสะเด่าเหลือเกินในช่วงปรีซีซั่น มโนกรรมสร้างสรรค์ในการทำเกมบุกหลากหลาย เปรียบได้ดั่งมันสมองของทีม เขาจะเป็นกุญแจสำคัญถ้าหากทีม หงส์แดง อยากประสบความสำเร็จในฤดูกาลใหม่นี้ได้ 8.5




ฟอร์มปรีซีซั่นนี้แหล่มมากสำหรับ คูตินโญ่

2.ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์  ได้พิสูจน์ตัวเองได้ดี เมื่อควรลงเล่นโดยไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ เป็นคู่หูในแดนหน้าอีกต่อไปแล้ว แฟนบอลตั้งความหวังไว้ที่เขาสูงทีเดียว ได้คะแนน 8

3.ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้การันตีตำแหน่งตัวจริงแน่นอน จับจองพื้นที่ด้านแบบขอบสนาม ไม่ว่าจะฝั่งซ้ายหรือขวา เจ้าหนูราฮีมจัดให้ได้หมด บีร็อด ชื่นชอบปีกทีมชาติอังกฤษผู้นี้เป็นการส่วนตัว ถึงกับเรียกเขาว่าเป็น ความสวยงามของเกมฟุตบอล ได้คะแนน 8

4.ลาซาร์ มาร์โควิช เขานั้นมีเทคนิคที่แพรวพราว หลอกล่อกองหลังพร้อมทั้งดึงตัวประกบให้เพื่อนร่วมทีมได้ดียามที่ทีมทำเกมบุก น่าจะสอดแทรกเป็นแข้งตัวหลักของทีมได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องระวังอาการบาดเจ็บด้วย เพราะเจ้าตัวเป็นนักเตะที่กระดูกเปราะคนนึง ได้คะแนน 7

5.เดยัน ลอฟเรน เป็นคนยิงประตูได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามให้ทีม ด้วยการเติมขึ้นมาโขกในจังหวะเตะมุมในเกมที่ถล่ม เสือเหลือง 4-0 แข็งแกร่ง และสร้างความมั่นใจให้เพื่อนร่วมทีมยามต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับ ได้คะแนน 7.5


ซึ่งลอฟเรน กับ สเตอร์ลิ่ง ยึดตำแหน่งตัวจริงแน่นอน

6.ฆาเบียร์ มานกิโญ่ ได้สร้างความประทับใจตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนามหญ้าในเกมกับ ดอร์ทมุนด์ เช่นเดียวกับ ลอฟเรน เป็นแบ็กขวาที่หนหน้าสดใส และแฟนหงส์จะได้เห็นเขาลงเล่นสม่ำเสมอแน่ในซีซั่นนี้ ได้คะแนน 7

7.จอร์แดน อิเบ  ตัวดาวรุ่งตัวจี๊ดของสโมสร ปีนี้ถึงเพลาแล้วที่เจ้าตัวจะได้ลงสนามกับเพื่อนร่วมทีมรุ่นพี่อย่างเต็มตัว ขนาด เจสัน แม็คเคเทียร์ อดีตกองหลังของทีมยังเคยพูดเลยว่า รอไม่ไหวแล้ว อยากเห็น อิเบ กับ สเตอร์ลิ่ง สร้างความปั่นป่วนให้คู่แข่งสุดๆ ได้คะแนน 7

กลุ่มที่ต้องเตรียมสนับก้น

1.โคโล่ ตูเร่  ดูเหมือนมันก็คงจะดีนะถ้าจะมี โคโล่ อยู่ในทีม อย่างน้อยก็เผื่อเหลือเผื่อขาดเวลามีวิมุขตัวหลักบาดเจ็บ แต่ดูแล้วก่อนตลาดจะวายในสิ้นเดือนนี้ ปราการหลังตัวเก๋าน่าจะได้ทีมใหม่ ได้คะแนน 6

2.ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ ในฤดูกาลนี้ บีร็อด จะวาง แอ็กเกอร์ เป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเลือกที่สี่ของทีม หาทีมใหม่ดีกว่ามั้ย ได้คะแนน 6.5


การันตีว่าได้ตำแหน่งตัวสำรองแน่นอนแล้วครับสองคนนี้

3.โจ อัลเลน นี่ก็น่าจะเป็นตัวเลือกรองจาก เอมเร่ ชาน ในสภาพกองกลางตัวตัดเกม ดูได้จากช่วงปรีซีซั่นที่ บีร็อด ให้โอกาสลงเล่นน้อยมาก ได้คะแนน 6.5

4.ลูคัส เลว่า ถ้าหากอัลเลน เป็นตัวเลือกรองจาก ชาน ลูคัส ก็เป็นตัวเลือกที่รองจาก อัลเลน อีกทีนึง ได้คะแนน 6

5.อดัม ลัลลาน่า ถึงแม้จะยังไม่หายจากลีลาบาดเจ็บนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน แต่ก็ขอจัดปีกทีมชาติอังกฤษไว้ในกลุ่มนี้ละกัน เพราะถ้านับถึงตอนนี้ สเตอร์ลิ่ง กับ มาร์โควิช ชี้ให้เห็นแล้วว่าเล่นได้ดีพอตัว เชื่อว่าหายเจ็บกลับมาเมื่อไร ลัลลาน่าคงต้องแสดงผลงานให้ ร็อดเจอร์ส เห็นแบบจะแจ้งจริงๆ ถึงจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้ ไม่มีคะแนนเพราะยังไม่หายเจ็บ

6.เกล็น จอห์นสัน มานกิโญ่ เขาเป็นดาวรุ่งที่ทีมยืมมาเล่นแบ็กขวา, โดยที่จอห์น ฟลานาแกน เด็กสร้างของทีมก็เป็นแบ็กขวาโดยธรรมชาติและ บีร็อด ก็มักจะให้โอกาสอยู่บ่อยๆ จอห์นสัน ไม่มีทางเลือกนอกจากจะย้ายออกไป หรือยอมนั่งยาวๆที่ข้างสนาม ได้คะแนน 6

กลุ่มที่อยู่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ

7.เอมเร่ ชาน ถึงแม้จะเล่นได้ไม่เลวในช่วงอุ่นเครื่อง แต่ต้องลองดูไปอีกสักพัก เชื่อว่าอย่างไรก็ดี ร็อดเจอร์ส น่าจะให้ ชาน เป็นตัวเลือกตั้งแรกของทีมในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งถ้าไม่เวิร์ค โอกาสถูกจับไปนั่งก็มี เพราะ อัลเลน รอเสียบอยู่ ได้คะแนน 7

8.ซิมง มินโญเล่ต์  แม้ฟอร์มช่วงปรีซีซั่นไม่โดดเด่นเหมือนอย่างที่เล่นในลีกเมื่อปีก่อนเลย น่าจะถูกจับตามองจากบอสอยู่ไม่น้อย ถ้ามีลูกเหวอโผล่มาให้เห็นก็มีสิทธิ์โดนแย่งตำแหน่งมือ 1 เช่นกัน ได้คะแนน 7


ซึ่งโจนส์ กับ มินโญเล่ต์ที่เป็น 2 นายทวารของทีม

9.มามาดู ซาโก้ ยังไม่ชัวร์ว่าจะได้เป็นตัวจริงหรือไม่ คงต้องฉกชิงกับ มาร์ติน สเคอร์เทล เพราะอีกตำแหน่งนึง ลอฟเรน จับจองไปแล้ว ได้คะแนน 6

10.มาร์ติน สเคอร์เทล หลังจากที่อยู่กับทีมมาหลายปี ต้องถือว่าเวลาฟอร์มดีก็ดีใจหาย เวลาฟอร์มร้ายก็ห่วยแตกสุดๆ ซีซั่นนี้ต้องขับเคี่ยวกับ ซาโก้ เพื่อโอกาสในการลงเล่น ได้คะแนน 6

11. ริคกี้ แลมเบิร์ต ถือว่าทุ่มเทใช้ได้ทีเดียวในแดนหน้า แต่ก็ยังไม่ได้โชว์ศักยภาพที่แท้จริงออกมา สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมผิดพลาดตลอด ต้องให้เวลาปรับพฤติกรรมกับระบบทีมสักพัก บทบาทในฤดูกาลนี้น่าจะเป็นตัวทีเด็ดในยามคับขันของทีม ได้คะแนน 5

12.สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องยังห่างไกลกับผลงานที่เขาเคยชินทำได้ดีมาก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งอาจจะล้ามาจาก บอลโลก สตีวี่ จี ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะอายุอานามก็เริ่มมากขึ้นแล้ว ได้คะแนน 6


ซีซั่นนี้ที่จะมาให้ สตีวี่ จี ได้ลงทำเพลงทุกนัดก็คงหนักหนาเกินวัย

13.จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถือว่าทำผลงานได้น่าชมเชยในช่วงปรีซีซั่น ถือเป็นตัวยืนของทีมในแผงมิดฟิลด์อีกคนนึง แต่ถ้าในกรณีที่ทีมตามหลังหรือ ร็อดเจอร์ส ต้องการเปลี่ยนแท็กติกระหว่างเกม เขามักจะเป็นคนแรกๆที่ถูกปลดออก ได้คะแนน 7

14.
เซบาสเตียน โคอาเตส เขาเป็นกองหลังทีมชาติอุรุกวัยบอกเองว่าอยากอยู่กับทีมต่อไป และดูเหมือนว่า บีร็อด จะให้โอกาสเขาในการพิสูจน์ตัวเองมากขึ้นในปีนี้ ได้คะแนน 7

15.ฟาบิโอ บอรินี่ ทีมซันเดอร์แลนด์ ที่ตามไล่ล่า บอรินี่ อย่างจริงๆจังๆ แต่ดูท่าแล้วหัวหอกอิตาเลียนน่าจะได้อยู่กับทีมต่อไป เพราะ ลิเวอร์พูลกับ โลอิก เรมี่ ดีลล่มไปแล้ว ได้คะแนน 6

16.จอห์น ฟลานาแกน เขาเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายจำต้อง แบ็กขวาก็ถนัด ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ ฟลานาแกน จะมีวิถีทางลงเล่นบ่อยครั้ง กับปีนี้จะเป็นฤดูกาลที่เด็กสร้างผู้นี้แข็งแกร่งมากขึ้น ได้คะแนน 6.5

17.แบร็ด โจนส์ เขาเล่นได้ไม่มีข้อผิดพลาดในเกมอุ่นเครื่อง เป็นแบ็กอัพตำแหน่งนายทวารที่ไว้ใจได้ กับพร้อมจะเสียบ มินโญเล่ต์ ทันทีถ้าเกิดพลาดขึ้นมา ได้คะแนน 7



รายที่ 6 สำหรับทีมนักบุญเซ็นลองยืนค้ำหอกด้วยเวลา4ปี





เห็นว่าเงียบๆ แต่เซ็นแข้งเพิ่มที่ล้นหลามเลยนะครับ วิเคราะห์บอลสำหรับทีมนักบุญ ประกาศ คว้าตัว เชน ลอง มาเสริมทีม 4 ปีเรียบร้อย ด้วยค่าตัวอยู่ที่ 660 ล้านบาท นับเป็นรายที่ 6 ของทีม ช่วงซัมเมอร์นี้

เมื่อทีมเซาธ์แฮมป์ตัน ที่เป็นสโมสรชื่อดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังเดินหน้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้บรรลุข้อตกลงเซ็นสัญญาคว้าตัว เชน ลอง หัวหอกทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ จาก ฮัลล์ ซิตี้ คู่แข่งร่วมลีก มายืนเป็นหน้าเป้า เป็นเวลา 4 ปี เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยทีม นักบุญ ได้ทุ่มเงินดึงนักเตะรายนี้ สนนราคาอยู่ที่ 12 ล้านปอนด์หรือ 660 ล้านบาท

โดยที่หัวหอกวัย 27 ปี ซึ่งเพิ่งได้ย้ายมาเล่นให้กับ ฮัลล์ เมื่อเดือน มกราคมที่ผ่านมา และยิงไป 4 ประตู จาก 15 นัด กล่าวถึงการได้โยกมาค้าแข้งให้กับทีม นักบุญ ในซีซั่นใหม่ว่า มันเป็นการตัดสินใจที่ยากยากไร้สำหรับผม แต่เมื่อคุณมาถึง เซาธ์แฮมป์ตัน คุณก็จะเห็นได้เลยว่าสโมสรแห่งนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน

ทั้งนี้ตัว ลอง ถือได้ว่าเป็นรายที่ 6 ของทีม นักบุญ ที่ได้นักเตะรายใหม่มาเสริมทีมสู้ศึกฤดูกาล 2014-15 เพื่อทดแทนนักเตะตัวหลักที่ย้ายออกจากทีมไป นับตั้งแต่ โรนัลด์ คูมัน กุนซือ เซาธ์แฮมป์ตัน เข้ามาทำหน้าที่กุมบังเหียน โดยได้ตัว 
1.เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์
2.กราเซียโน่ เปลเล่
3.ดูซาน ทาดิช
4.ไรอัน เบอร์ทรานด์ และ 
5.ซาฟีร์ ไทแดร์ มาร่วมทีมก่อนหน้านี้แล้ว



เพียร์สันเผยสนใจกัมบิจริงเตรียมทุ่มเพิ่มล่าสไลมานี่



โดยไนเจล เพียร์สัน นายใหญ่ทีม จิ้งจอกสยาม ยอมรับ สนใจ เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ จริงตามที่เป็นข่าวพร้อมจัดแจงทุ่มเงินเพิ่ม เพื่อหวังคว้า อิสลาม สไลมานี่ หลังโดนบอกปัดคราวก่อน

ซึ่ง ไนเจล เพียร์สันที่เป็นผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมน้องใหม่แห่งศึก ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด อังกฤษ ได้ออกมายอมรับด้วยตัวเองว่ากำลังให้ความสนใจ เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ อดีตมิดฟิลด์จอมเก๋าของ อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี ที่ปัจจุบันยังไร้สังกัดจริงตามที่เป็นข่าว แต่ยังไม่ขอแค่นอะไรไปมากกว่านี้

และกุนซือชาวอังกฤษ ยังได้กล่าวอีกว่า ผมไม่รู้เรื่องข่าวของ กัมบิอัสโซ่ ผมไม่อยากพูดอะไรลอยๆ แต่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเราสนใจเขาจริงๆ มันเป็นสิ่งที่เราจะปฏิบัติการต่อไป แม้ว่าดีลนี้จะได้หรือไม่ได้ มันจะเป็นพื้นฐานในการซื้อขายนักเตะ เราทำงานกันอย่างหนักเพื่อดึงผู้เล่นเข้ามา แต่ผมก็ไม่เก่งบอกได้ว่าเราจะเอาเกณฑ์อะไรเป็นการตัดสิน

และนอกจากนี้ โปรแกรมบอลของ ทัพทีม จิ้งจอกสยาม ยังได้ตกเป็นข่าวว่าเตรียมเพิ่มเงินเป็น 6 ล้านปอนด์หรือ 330 ล้านบาท ให้กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ต้นสังกัดของ อิสลาม สไลมานี่ กองหน้าชาวแอลจีเรีย หลังจากยักษ์ใหญ่แดนฝอยทองปฏิเสธข้อเสนอ 4 ล้านปอนด์หรือ 220 ล้านบาท ไปเมื่อจันทร์กรกฎาคมที่ผ่านมาด้วย



กุนได้สบัดหมึกเซ็นสัญญาอยู่เรืออีก5ปี



เมื่อ กุน อเกวโร่ ได้อนุญาตจรดปากกาเซ็นสัญญาอยู่ทัพทีม เรือใบ ต่ออีก 5 ปีด้วยกัน เจ้าตัวลั่นแฟนๆ ไม่ต้องห่วง ไม่คิดย้ายไปไหนแน่นอน

โดยหลังจากที่เซร์คิโอ อเกวโร่ ศูนย์หน้าตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจเซ็นสัญญาอยู่ในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ต่อไปอีก 5 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางข่าวลือว่าจะย้ายกลับไปค้าแข้งที่ประเทศสเปนอยู่บ่อยครั้ง พร้อมประกาศให้แฟนๆทีม เดอะ บลูส์ วางใจว่าไม่คิดทิ้งทีมไปไหจนกว่าจะครบสัญญาแน่นอน

หลังจากที่กองหน้าวัย 26 ปี ได้กล่าวว่า ชีวิตจริงของผมเฉกจะอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ผมได้ย้ายเข้ามา ช่วงท้ายทุกฤดูกาล มีข่าวลือมาตลอดว่าผมจะกลับสเปน มันเป็นข่าวลืออยู่วันยันค่ำ แต่ผมจะไม่ไปเสียเวลากับมัน ผู้คนได้ยินเรื่องนี้มาตลอด และพวกเขาดูจะจริงจังด้วย แต่ผมสามารถบอกกับแฟนบอลให้สบายใจได้ ผมจะอยู่ที่นี่จนกว่าผมจะสิ้นสัญญา แต่ละปี ผมตั้งเป้าทำผลงานให้ดีขึ้นในแต่ละปี ปีที่ผ่านมามันสุดยอดมาก

แต่ผมไม่ค่อยพอใจกับการได้แค่แชมป์ลีก 2 สมัย ผมต้องการประจวบความสำเร็จมากกว่านี้ สโมสรนี้1.พิเศษมาก, 2.สนาม, 3.สตาฟฟ์โค้ช, 4.บรรยากาศ และ 5.สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เราสนุกกับการประสบความสำเร็จ และตอนเวลาที่สุดยอดบางช่วง แต่ในภาพรวมของอนาคต เราต้องดำเนินต่อไป ซึ่งมันเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงต้องการอยู่ที่นี่ต่อ เพื่อการคว้าแชมป์และสร้างประวัติศาสตร์และทำให้ผมเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดคนหนึ่ง กุน ร่ายยาว


ทั้งนี้ ดาวยิงเบอร์หนึ่งของทัพ เรือใบสีฟ้า จะอยู่ค้าแข้งกับต้นสังกัดไปจนถึงศศิธรกรกฎาคมปี 2019 เลยทีเดียว โดยก่อนหน้านี้ แมนฯ ซิตี้ เพิ่งจับ 2 แข้งสำคัญอย่าง ดาบิด ซิลบา และ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ต่อสัญญาออกไปเช่นกัน

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ศึกพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษที่จะถึงนี้มีข่าวอะไรอัพเดทมั่งไปพิศกันเลย


บีร็อดซูฮกหลังสเตอร์ลิ่งถอดร่างมาจากเมสซี่



เมื่อ บีร็อด ได้ซูฮก เจ้าหนู สเตอร์ลิ่ง สไตล์การเล่นถอดกลุ่มมาจาก เมสซี่ พร้อมฟันธงเฉิดฉายเจิดจรัสกับทีม หงส์แดง แน่นอนซีซั่น 2014-15

ซึ่งเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงวิเคราะห์บอลยกย่อง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เจ้าหนูจอมลากเลื้อย ว่ามีสไตล์การเล่นเทียบเคียงกับ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะอัจริยะของ บาร์เซโลน่ายักษ์ใหญ่แห่งเวทีลา ลีกา สเปน พร้อมสรรพกับมั่นใจว่านักเตะรายนี้จะเฉิดฉายเจิดจรัสอย่างแน่นอนในซีซั่น 2014-15

โดยที่เจ้าหนูสเตอร์ลิ่ง วัย 19 ปีมี วิวัฒนาการที่ก้าวไกลสุดๆ จนได้กลายเป็นผู้เล่นของสำคัญของ หงส์แดง เมื่อซีซั่นที่แล้ว แถมยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมต่อเนื่องอีกด้วยในช่วงทัวร์ปรีซีซั่นที่ สหรัฐอเมริกา และ ด้วยวิวัฒนาการอันยอดเยี่ยมทำให้ ร็อดเจอร์ส รู้สึกเหมือนสไตล์การเล่นของ สเตอร์ลิ่ง นั้นเอาแบบอย่างมาจาก เมสซี่ เลย

หลังจากนั้น บีร็อด ได้ให้สัมภาษณ์ว่า บางสิ่งที่เราพูดถึง ราฮีม ตอนแรกที่เขาเข้าในทีม และเป็นบางอย่างที่เราพูดซ้ำก็คือคุณต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเองในฐานะนักเตะ ซึ่งเอกลักษณ์ของ เขาก็คือการทำประตูและสร้างสรรค์เกม ซึ่งนั่นคืองานของเขา เขายิงได้ 10 ลูกเมื่อปีที่แล้ว และเด็กคนนี้กำลังเก่งขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อคุณได้ดูเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ นิวยอร์ค มันกี่ครั้งแล้วล่ะที่ เมสซี่ สัมผัสฟุตบอลได้แบบนั้น และเอาตัววิ่งฝ่าผู้เล่นมา

เขากล่าวต่ออีกว่า เมื่อคุณอายุยังน้อยๆ มันสำคัญนะที่ต้องเรียนรู้ว่าบทบาทของคุณนั้นคืออะไร และไม่ใช่แค่ทำให้มันดูดีนะ แต่คุณต้องทำมันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย พัฒนาการของเขา ก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่แล้ว เขาอยู่ทิศอุดรกว่าตอนแรกที่ก้าวขึ้นมาสู่ทีมเสียอีก ทั้งในเรื่องของแท็คติกและเทคนิค เขาทำมันได้ดีในทุกย่างก้าวและตอนนี้เขาก็เป็นส่วนสำคัญของทีม ในทุกๆ เกม เขาเพิ่งอายุแค่ 19 ปีเท่านั้น แต่ในเกมใหญ่ๆ เขามักโชว์ฟอร์มได้ดี และเขาก็มีพรสวรรค์ที่ดีเลิศสุดๆ ไปเลย ร็อดเจอร์ส ร่ายยาว



แลมพาร์ดได้สวมเสื้อเรือใบหลังจากที่เซ็นร่วมทัพ6ด.





ได้มีการเผยภาพ แฟรงก์ แลมพาร์ด ซึ่งเป็นมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษในสีเสื้อทีม เรือใบสีฟ้า เป็นหนแรก หลังจากเซ็นสัญญาย้ายมา ร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือน

โดยที่มิดฟิลด์วัย 36 ปี ย้ายออกจากเชลซีไปร่วมทีมนิวยอร์ก ซิตี้ เอฟซี ในเมเจอร์ลีก ของสหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจากเมเจอร์ลีกจะเปิดฤดูกาลใน เดือนมีนาคมปีหน้า ทำให้แมนฯซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูโอกาสก่อนที่เป็นพันธมิตรกับนิวยอร์ก ซิตี้ ทำสัญญายืมตัว แลมพาร์ด เป็นเวลา 6 เดือน

และล่าสุดทีม แมนฯซิตี้ ได้โพสต์รูปมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษในสีเสื้อของทีม เรือใบสีฟ้า เป็นครั้งแรกลงบนทวิตเตอร์ของสโมสร และคาดว่า แลมพาร์ด ที่สวมเสื้อหมายเลข 18 อาจจะ ได้ลงเล่นในเกมนัดเปิดสนามที่ เรือใบสีฟ้า จะพบกับนิวคาสเซิล ในวันอาทิตย์นี้ด้วย

ในขณะเดียวกันที่ แวงซ็อง กอมปานี ซึ่งเป็นปราการหลังและกัปตันทีมแมนฯซิตี้ ได้ต่อ สัญญาระบิใหม่กับแมนฯซิตี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นนักเตะรายที่ 4 ที่ได้สัญญาใหม่ต่อจาก 

1.ซาเมียร์ นาสรี่ 
2.ดาวิด ซิลบา และ 
3.อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ



รูนีย์ได้พลังแห่ง ปลอกแขนของกัปตันทีม



ซึ่งเป็นอีกครั้งแล้วนะครับที่เช่นกับว่า หลุยส์ ฟาน ฮัล มีได้ เวทมนตร์ สามารถเสกชัยชนะได้ราวมีปาฏิหาริย์ โดยล่าสุดพาทีมเอา ชนะบาเลนเซีย 2-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

โดยที่เกมนี้เป็นแมตช์ในบ้านของ โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยในเกมแรกของกุนซือดัตช์หลังเข้ารับตำแหน่ง หลังได้ ประเดิมแชมป์ อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2014 ที่สหรัฐอเมริกา ไปแล้ว

เรียกได้ว่า เป็นการประเดิมการคุมทีมด้วยแชมป์ และเริ่มต้นในบ้านได้สวยด้วย การชนะ ในสไตล์ที่เป็นทีม แมนฯยูไนเต็ด ในยุครุ่งเรืองจริงๆครับ

ซึ่งนั่นก็คือ ชนะโดยนักเตะที่โลกลืม มารูยาน เฟลไลนี่ ยิงประตู ได้ในช่วง 90+ ซึ่งถือเป็นจังหวะเวลาที่เรียกว่า Fergie’s Time


ซึ่งในปัจจุบัน รูนี่ย์ ได้กลายเป็นแข้งตัวเก๋าของทีมปีศาจแดงเต็มตัวไป แล้ว

โดยที่เวลาปฏิบัติการพิเศษของทัพปิศาจแดงในยุคท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่มักจะทำสกอร์ได้ในช่วงท้ายเกม

แต่ทว่า สิ่งต่างๆเหล่านี้ได้หายไปในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมากับ เดวิด มอยส์ ที่กลายเป็นว่า แมนฯยูไนเต็ด เสียประตูเยอะมากในแบบแผนเวลา Fergie’s Time

และ การจะพูดถึง ผลงานของยูไนเต็ด ในชั่วโมงนี้คงพูดลำบาก เพราะชนะเอา ๆ ราวกับไม่รู้ว่าจะแพ้นัดแรกเมื่อไหร่กัน แม้ว่าเกมล่าสุดกับไอ้ค้างคาวจากสเปน กุนซือ LVG จะยอมรับว่าเป็นแมตช์ที่ เล่น ได้แย่ ที่สุดสำหรับเค้าก็ตาม

ดังนั้นในด้านประเด็นล่าสุดจากแคมป์ปิศาจแดงเห็นจะเป็น การตั้งแต่ง เวย์น รูนีย์ เป็นกัปตันทีมตัว จริง ของสโมสรอย่างเป็นทางการ

หลังจากที่กุนซือวัย 63 ปีได้ เฝ้าดู รูนีย์ และลูกทีมทุกคนมาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนเต็มพอดิบพอดี และได้ชิงชัยผู้เล่นหลายคน อาทิ 
1.ดาร์เรน เฟลตเชอร์
2.คริส สมอลลิ่ง สวมปลอกแขนบ้างแล้ว

แต่ทว่า ท้ายที่สุด รูนีย์ คือ คนที่ฟาน ฮัล มั่นใจว่าจะมอบหัวใจ และวิญญาณเข้าทำหน้าที่กัปตันทีมหลังได้แสดงให้เห็นถึง ทัศนคติ และความเป็นมืออาชีพผ่านการฝึกซ้อมที่ผ่านมา

ซึ่งรูนีย์เองที่ยิงจุด โทษพลาดในแมตช์นี้กล่าวว่า มันเป็นเกียรติประวัติสำหรับตัวเค้า และครอบครัวที่ได้รับตำแหน่งกัปตันทีมที่สังสรรค์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้

และด้วยวัย 28 ปี รูนีย์ไม่ใช่ นักเตะจูเนียร์ในทีมอีกต่อไปแล้ว ไม่นับประสบการณ์โชกโชนทั้งระดับชาติ และสโมสร

กับการเข้ารับตำแหน่งต่อจาก ตำนาน อย่าง 
1.เอริค คันโตน่า (1996 - 1997)
2.รอย คีน (1997-2005)
3.แกรี่ เนวิลล์ (2005-2011) และ
4.เนมันย่า วีดิช (2011-2014)


โดยที่ LVG เชื่อมั่นในตัวหอกร่างอวบให้เป็นผู้นำทีม

นี่คือ อีก ไฮไลต์ ในอาชีพค้าแข้งของรูนีย์ที่จำเป็นนะครับว่าต้องมี จุดเปลี่ยน มาช่วยกระตุ้น หรือ ช่วยปลูกสร้างแรงบันดาลใจให้รูนีย์รักษามาตรฐาน หรือคืบหน้าตัวเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ซึ่งผมเองมองไกลยิ่งกว่านั้นด้วยซ้ำ เพราะหลังจาก สตีวี เจอร์ราร์ด เปิดงอบอำลาทีมชาติสิงโตคำราม

สำหรับบุคคลที่เป็น แคนดิเดท ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษก็ไม่มีใครโดด เด่น และเหมาะสมเท่ากับ เวยน์ รูนีย์ เช่นกัน

โดยผมเชื่อว่า การประกาศของ ฟาน ฮัล ครั้งนี้จะยิ่งทำให้ รอย ฮอดจ์สัน มั่นใจ ในการเลือก เวย์น รูนีย์ เป็นกัปตันทีมคุมทัพลุยแคมเปญ ยูโร 2016

เมื่อมองแบบนี้แล้ว ฤดูกาล 2014/15 น่าจะกลับมาเป็น ปีทอง ของ เวย์น รูนีย์ อีกครั้ง

เชื่อผมนะครับ ว่าพลังแห่งปลอกแขนของกัปตันทีม จะ เปลี่ยนเจ้าหมู รูนีย์ ได้อื้อซ่าอย่างที่ไม่มีใครคาดถึงเลยทีเดียว




มูปัดเรื่องเผยใต๋ให้เช็กและกูร์กตัวส์ยืนมือ1



โดยที่มูรินโญ่ ปัดว่าไม่ได้เผยใต๋ ให้ เช็ก หรือ กูร์กตัวส์ เฝ้าเสาเป็นมือ 1 ยืนยัน ยังไม่มีนักเตะรายใดในทุกตำแหน่งรู้ตัวว่าใครจะเป็นตัวจริงในเกมเปิดซีซั่น

เมื่อโชเซ่ มู รินโญ่ ผู้จัดการทีม เชลซี ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงปฏิเสธที่จะบอกความลับเรื่องผู้รักษาประตูมือ 1 ว่าจะให้ใครทำหน้าที่ระหว่าง ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายด่านอนาคตไกล หรือ ปีเตอร์ เช็ก ที่รับใช้ต้นสังกัดมาอย่างยาวนาน หลังจากเมื่อคืน 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา ให้โอกาสมือต้นกาวชาวเบลเยี่ยมแสดงผลงานตลอด 90 นาทีเต็มในนัดที่เอาชนะ เรอัล โซเซีย ดาดผลบอล 2-0

โดยที่กุนซือจอมเฮี้ยบ กล่าวถึงการจัดระเบียบตำแหน่งผู้รักษาประตูว่า ผมส่ง ติโบต์ ลง 90 นาที เพราะเขาบาดเจ็บเมื่อสุดสัปดาห์ ส่วน ปีเตอร์ ได้เล่นเกมครึ่งแรกที่ตุรกี และกับ เฟเรนวารอส และตั้งแต่มา เขา เพิ่งบรรเลงไปแค่ 45 นาที เขาต้องได้ลงเล่น

และนายใหญ่ทีม สิงห์บลูส์ ยังได้บอกด้วยว่า การให้ กูร์กตัวส์ ลงสนามหญ้าในเกมอุ่น เครื่องครั้งสุดท้ายไม่ใช่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนัดแรกของฤดูกาล ความจริงแล้วที่เขาได้เล่น 90 นาที (กับ โซเซียดาด) ไม่ใช่เพราะผมบอกว่า เขาจะได้เป็นตัวจริง แต่เป็นเพราะ 3 เกมที่ผ่านมา เขาไม่ได้เล่นเลย และยังไม่มีนักเตะคนไหนรู้เรื่องนี้ (ว่าจะได้เป็นตัวจริงหรือสำรอง) ผมจะเอิ้นเขาเมื่อไรน่ะหรือ? วัน อาทิตย์

ทั้งนี้ทีม เชลซี จะเปิดสนามในซีซั่นใหม่ด้วยการออกไปเยือน เบิร์นลี่ย์ วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม นี้



มูรับรอเซ็นสัญญากับคอสต้ามาแรมปี


เมื่อน้ามู ได้ฝากความหวังล่าตาข่ายไว้ที่ คอสต้า พร้อมเผยนับวันรอการเขียนเซ็นตั้งแต่ปีที่แล้ว

ซึ่งโชเซ่ มูรินโญ่ เทรนเนอร์จอมห้าวของ เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าพลพรรค สิงโตน้ำเงินคราม ฝากความหวังสูงสุดในการล่าตาข่ายไว้ที่ ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าตัวใหม่ของทีมที่เพิ่งย้าย มาจาก แอตเลติโก้ มาดริด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา พร้อมกับเปิดเผยว่าหัวหอกทีมชาติสเปนรายนี้คือผู้เล่นที่ตนจับตามองและพยายามคว้าตัวมาร่วมทีมตั้งแต่ปีที่แล้ว

และนายใหญ่ ชาวโปรตุเกส กล่าวถึงความคาดหวังในตัวของ คอสต้า ว่า ผมคาดหวังในตัวของ ดีเอโก้ และเขาเป็นผู้เล่นที่่ทำงานอย่างหนัก ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องการยิงทางเข้าออก มันหมายการ ช่วยทีมในการเล่นเกมรับ สภาพจิตใจรวมไปถึงความทะเยอทะยาน เขาคือผู้เล่นที่เรารอคอยมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว นั่นคือเหตุผลที่เราไม่ซื้อกองหน้าในช่วงปีใหม่ที่ทะลุมา และเราก็หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี

เขายังได้กล่าวอีกว่า เขาเหมาะกับการเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่เฉพาะกับ เชลซี เท่านั้น เขาน่าจะมีความสุขกับ เชลซี เราเสียผู้เล่นคนสำคัญออกจากทีม แต่เราก็สามารถนำผู้เล่นระดับท็อปเข้าสู่ทีมได้เช่นเดียวกัน มูรินโญ่ กล่าวทิ้งท้าย

โดยทั้งนี้ คอสต้า ขนส่งจากทัพทีม ตราหมี มาอยู่กับ เชลซี ด้วยค่าตัวสูงถึง 32 ล้านปอนด์หรือ 1,760 ล้านบาท โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จจากการลงสนาม 52 นัดยิงไป 36 ประตู



เมื่อบอร์ดบริหารทีม ผีแดง ได้จัดหนักเทเงินเฉียด 4,400 ล้าน 
เร่งเช็กบิล 1.ดิ มาเรีย - 2.โรโฮ - 3.บลินด์


เมื่อเดลี่ เมล สื่อจอมแม่นของอังกฤษ รายงานว่า บอร์ดดำเนินงานของสโมสรทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมอนุมัติงบฯ กองโตกว่า 80 ล้านปอนด์หรือ 4,316 ล้านบาท เพื่อหวังที่จะครอบครอง 3 นักเตะชื่อดัง ประกอบ ด้วย 
1.อังเคล ดิ มาเรีย จากเรอัล มาดริด 50 ล้านปอนด์
2.มาร์กอส โรโฮ จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน 18 ล้านปอนด์ และ 
3.ดาลี่ย์ บลินด์ จากอาแจ็กซ์ฯ 15 ล้านปอนด์

ซึ่งสื่อเจ้านี้ได้ ระบุว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานคณะบริหารและผู้อำนวยการสโมสรฯ เดินทางไปประเทศเวลส์ เพื่อ ชมเกมยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ระหว่างทีม เรอัล มาดริด พบทีม เซบีย่า แต่มีวาระซ่อนเร้น คือ ต้องการไปพูดคุยกับ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวเก่งทีมชาติอาร์เจนติน่า และหวังนำตัวมาร่วมทีมให้ได้

โดยที่ก่อนหน้านี้ หลุยส์ ฟาน กัล เคยออกมาเอ่ยปากชมว่า ดิ มาเรีย เป็นหนึ่งในปีกที่ดีที่สุดของโลก และ เรอัล มาดริด ก็พร้อมสรรพปล่อยตัว ดิ มาเรีย หากได้เงิน 50 ล้านปอนด์หรือ 2,698 ล้านบาท แลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ทีม แมนฯยูไนเต็ด ยังได้สนใจ มาร์กอส โรโฮ แบ็กซ้ายทีมชาติอาร์เจนติน่าด้วย ซึ่งล่าสุด ตัวนักเตะใจไม่ได้อยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน แล้วและมีรายงานว่า โรโฮ ไม่ยอม ลงฝึกซ้อมกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาและร้องขอให้ต้นสังกัดขึ้นบัญชีขายเขาได้เลย

และอีกคนที่ หลุยส์ ฟาน กัล ต้องการตัวคือ ดาลี่ย์ บลินด์ ฟูลแบ็กทีมชาติเน เธอร์แลนด์ ซึ่งมีค่าตัวราว 15 ล้านปอนด์หรือ 809 ล้านบาท ทั้งนี้ อาแจ็กซ์ฯ ยินดีที่จะปล่อยตัว บลินด์ ให้ไปร่วมงานกับสมัยเก่าเจ้านายของเขาอีกครั้งที่โรงละครแห่งความฝัน

โดยที่ท่านสามารถรับชม ฟุตบอล ผลบอล ตารางบอล โปรแกรมพรีเมียร์ลีก

เพิ่มเติมได้ที่

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อัพเดทค่าตัวนักฟุตบอลที่มีการเช่าพระขายในฤดูกาลนี้จะมีใครบ้างไปพิศกันเลย



XI ทีมที่ค่าตัว แพ๊งแพง unofficial





ซึ่ง ณ ปักชำนี้ช่วงกาลเวลาของตลาดซื้อ-ขายนักเตะฟุตบอลของลีกยุโรปช่วง ซัมเมอร์ก็เหลือหลออีกแค่ 21 วันแล้ว นักเตะคนใดมีข่าวว่าจะย้ายไปอยู่กับใครก็รายงานเกิดขึ้นมาในทุกๆ วันให้เราได้เสพกัน...


แต่สำหรับวันนี้ผมก็ไม่ได้จะมาบอกเล่าเก้าสิบหรือจำเพาะเรื่องประเด็นนักเตะคนไหนจะ ย้ายไปอยู่กับทีมแต่อย่างใด โดยคอลัมน์นี้ผมจะจัด 11 ผู้เล่นที่ย้ายทีมด้วยค่าตัวแพงในช่วงซัมเมอร์นี้ใน แต่ละตำแหน่ง ซึ่งผมได้คัดสรรมาแล้วในระบบแผนการเล่น 4-3-3 มีใครกันบ้างเดี๋ยวเราไปว่ากันเลยแล้วกัน...



11.ผู้รักษาประตู ยาน โอบ ลัค ของ ทีมแอตเลติโก มาดริด 





ราคา 16 กล้อนยูโรหรือ 720 ล้านบาท


โดยปัจจุบันทีมแอตฯ มาดริด ต้องเสีย ธิโบต์ กูร์กตัวส์ คืนให้กับทีม สิงโต น้ำเงินคราม เชลซี  เพื่อกลับไปแย่งตำแหน่งมือกาวเบอร์ 1 กับทาง ปีเตอร์ เช็ก แต่ทีม ตราหมี ก็หาตัวตายตัวแทนคนใหม่ได้ทันควัน โดยจัดการ คว้าตัว ยาน โอบลัค ซึ่งมีดีกรีเป็นนายทวารของ เบนฟิก้า แชมป์ ลีกา ซาเกรส โปรตุเกสเมื่อซีซั่นที่แล้ว

แม้แต่ในช่วงซัมเมอร์นี้จะมีผู้เล่นเฝ้าประตูย้ายทีมหลายคนไม่ว่าจะเป็น ดาวิด ออสปิน่า ย้ายจาก นีซ ไป อาร์เซน่อล และ เคย์เลอร์ นาบาส ย้ายจาก เลบานเต้ ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด แต่ที่ โอบลัค ติดทีมค่าตัวแพงในตำแหน่งนายทวารนั้นเป็นเพราะเขาย้ายมาด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโรหรือ 720 ล้านบาท




10.แบ็กขวา คัลลัม แช มเบอร์ส ของ ทีมอาร์เซน่อล 




ราคา 20.2 ล้านยูโรหรือ 909 ล้านบาท


เมื่อหมู่อาร์เซน่อล ต้องสูญเสียแบ็กขวาตัว เก่งอย่าง บาการี่ ซาญ่า ไป หลังจากนักเตะได้ปฏิเสธต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีม จนที่สุดก็ได้เซ็นสัญญาไปอยู่กับคู่แข่งแย่งแชมป์อย่างทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่หมู่ปืน ใหญ่ ก็ไม่วายหาตัวแทนในแนวรับฝั่งขวาได้ทันควัน แถมยังรวบตัวมาได้ถึง 2 คนอีกด้วย

โดยที่ที้ง 2 คนนั้นได้แก่ 1.มาติเยอ เดอบูชี่ ย้ายมาจากทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วย ค่าตัว 12 ล้านยูโรหรือ 540 ล้านบาท และ 2.คัลลัม แชมเบอร์ส ที่เขยิบมาจากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัว 20.2 ล้านยูโรหรือ 909 ล้านบาท และถึงแม้จะแบ็กขวาหลายรายที่ย้ายทีมในห้วงซัมเมอร์นี้ แต่ แชมเบอร์ส วัย 19 ปีคือผู้เล่นแบ็กขวาที่ย้ายทีมด้วยค่าตัวแพงที่สุด จึงติดโผอยู่ในทีมดังกล่าว



9.เซ็นเตอร์แบ็ก เดยัน ลอฟเรน ของทีมลิเวอร์พูล





ราคา 25.3 ล้านยูโรหรือ 1,138.5 ล้านบาท

เมื่อทีม ลิเวอร์พูล ได้จัดการเสริมทัพอย่างยกใหญ่เลย เพื่อสู้ศึกในซีซั่น 2014 -15 หลังมีคิวลงเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ผู้เล่นที่ดึงตัวมาได้นั้นจะเป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองกลาง แต่พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะผลักดันทัพในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กเช่นกัน หลังปีที่แล้วนั้นในแนวรับถือว่ามีปัญหาอยู่พอ สมควร

ซึ่งได้เซ็นสัญญาคว้าตัว เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังตัวเก่งจากทีม นักบุญ เซาธ์แฮมป์ตัน มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 25.3 ล้านยูโรหรือ 1,138 ล้านบาท พร้อมกับก็นับว่าเป็น 1 ใน 2 ผู้เล่นเซ็นเตอร์แบ็กที่ย้ายทีมด้วยค่าตัวมีราคาที่สุดใน ช่วงซัมเมอร์นี้



8.เซ็นเตอร์แบ็ก ดาวิด ลุยซ์ ของทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง 





ราคา 49.5 ล้านยูโรหรือ 2,227.5 ล้านบาท

เมื่อทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง ควรหาผู้เล่นที่ปราการหลังรายใหม่เข้ามาร่วมทีม ภายหลังจาก อเล็กซ์ นั้นไม่ได้รับสัญญาฉบับใหม่ เนื่องจากอายุอานามเยอะแล้ว ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ เอซี มิลาน แบบไม่คิดค่าตัว โดยพวกเขานั้นก็ได้ตัวแทนคนใหม่สมใจ แถมยังหนุ่มยังแน่น นั่นก็คือ ดาวิด ลุยซ์ จากทีม เชลซี ซึ่งได้ย้ายมาด้วยค่าตัว 49.5 ล้านยูโรหรือ 2,227 ล้านบาท

และนั่นนับเป็นการดีสำหรับทีม เปแอสเช จริงๆ ที่ ลุยซ์ นั้นจะได้เข้ามาจับคู่กับ ติอา โก้ ซิลวา เนื่องจากทั้งคู่นั้นเป็นเพื่อนร่วมชาติกัน แถมยัง 2 เซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักของทีมชาติ บราซิล อีกด้วย



7.แบ็กซ้าย ลุค ชอว์ ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไน เต็ด




ราคา 37.5 ล้านยูโรหรือ 1,687.5 ล้านบาท

เมื่อปัญหาในตำแหน่งแบ็กซ้ายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งสัญญาณไม่ค่อยดีตั้งแต่ซีซั่น ที่ผ่านมาแล้ว เนื่องจาก ปาทริค เอวร่า อายุอานามก็เยอะแล้วทำให้ศักยภาพฝีเท้านั้นไม่จัดจ้านเหมือนแต่ก่อน จนสุดท้ายก็ได้ย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส แถมแบ็กซ้ายอีกคนหนึ่งอย่าง อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ ก็ยังพึ่งพาอะไรไม่ค่อยได้

แต่แล้วพวกเขาก็สมวาดหวังดั่งใจหวังในการเซ็นสัญญาคว้าตัว ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายดาวรุ่งวัย 19 ปี จากทีม เดอะ เซนต์ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ได้ให้ความสนใจมานานด้วยค่าตัวถึง 37.5 ล้านยูโรหรือเป็นเงิน 1,687.5 ล้านบาท



6.มิดฟิลด์ โทนี่ โครส ของทีมเรอัล มาดริด 




ราคา 30 ล้านยูโรหรือ 1,350 ล้านบาท

นับว่านี่เป็นหลักใหญ่ที่น่าเสียดายสุดๆ สำหรับแฟน บอลและสโมสรทีม บาเยิร์น มิวนิค หลังพวกเขาต้องเสีย โทนี่ โครส มิดฟิลด์จอมสับไกลให้กับทีมอื่น เนื่องจากก่อนหน้านั้นช่วงของการพูดจาสัญญา ใหม่ทั้งตัวนักเตะและสโมสรนั้นคุยเรื่องข้อตกลงกันไม่ลงตัว แถมทีมที่ได้ตัว โครส ไปนั้นก็คือทีม เรอัล มาดริด ยอดทีมดังแห่งยุโรป

ส่วนในด้านของค่าตัวตอนย้ายทีมนั้นทีม ราชันชุดขาว ได้เซ็น สัญญาดึง โทนี่ โครส มาร่วมทีมด้วยราคา 30 ล้านยูโรหรือ 1,350 ล้านบาท กับนับเป็น 1 ใน 3 ของกองกลางที่ย้ายทีมด้วยค่าตัวแพง ณ เวลา นี้



5.มิดฟิลด์ อันเดร์ เอร์เรร่า ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไน เต็ด 




ราคา 36 ล้านยูโรหรือ 1,620 ล้านบาท

เมื่อทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้พบกับฤดูกาลที่ย่ำแย่สุดๆ เมื่อปีที่แล้ว และ หนึ่งในปัญหานั้นก็คือแผงกองกลาง ซึ่งดูเหมือนจะมี ไมเคิ่ล คาร์ริค รายเดียวเท่านั้นที่ทำผลงานได้เข้าตาที่สุด ขณะที่ 1.มารูยาน เฟลไลนี่ และ 2.ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ นั้นเล่นได้ไม่ค่อยดี จนถูกวิพากษ์ วิจารณ์อย่างหนัก

แต่แล้วในช่วงซัมเมอร์นี้ดูเยี่ยงว่าทีม ปีศาจแดง จะแก้ปัญหาได้ดีทีเดียวเลย หลังได้เซ็นสัญญาคว้าตัว อันเดร์ เอร์เรร่า จากทีม แอธเลติก บิลเบา มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 36 ล้านยูโรหรือ 1,620 ล้านบาท และก็ทำผลงานได้โดดเด่นทีเดียวในช่วงทัวร์ปรีซีซั่น



4.มิดฟิลด์ ฮาเมส โรดริเกซ ของทีมเรอัล มาดริด





ราคา 80 ล้านยูโรหรือ 3,600 ล้านบาท

หลังจากที่ฮาเมส โรดริเกซ ได้แจ้งเกิดอย่างสุดโต่งในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2014 กับทีมชาติ โคลอมเบีย หลังมีส่วนสำคัญที่พาทัพทีม โคเคน ผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี แถมยังคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ด้วยที่ 6 ประตู

และนับได้ว่าเป็นเรื่องที่แฟนบอลและสโมสรทีม โมนาโก ยากที่ทำใจยอมรับได้จริงๆ หลังเจ้าหนูวัย 22 ปีได้ออกจาก สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ด้วยการขนข้าวขนของมาอยู่กับทีม ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านยูโรหรือเป็นเงิน 3,600 ล้านบาท ซึ่งนี่ก็คือ 1 ใน 2 ของนักเตะที่ย้ายทีมแพงที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้



3.กองหน้า อเล็กซิส ซานเชซ ของทีมอาร์เซน่อล




ราคา 37.8 ล้านยูโรหรือ 1,701 ล้านบาท

ในด้านของอเล็กซิส ซานเชซ นั้นถือได้ว่าเป็น 1 ในนักเตะที่มีบทบาทกับ บาร์เซโลน่า มากที่สุดคนนึงเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังช่วยยิงประตูสำคัญๆ ได้มากมาย แม้ว่าจะไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์อะไรติดไม้ติดมือได้เลย แถมยังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับ ชิลี ในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2014 อีกด้วย

ถือได้ เลยว่าแฟนบอลทีม บาร์เซโลน่า ก็จะรู้สึกซึม เซาไม่น้อยเลยที่เห็น อเล็กซิส ซานเชซ หอบข้าวของจาก สเปน มาใช้ชีวิตใน อังกฤษ อังกฤษ โดยเจ้าตัวนั้นย้ายมาค้าแข้ง ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัส 37.8 ล้านยูโรหรือ 1,701 ล้านบาท



2.กองหน้า ดีเอโก้ คอสต้า ของทีมเชล ซี




ราคา 38 ล้านยูโร หรือ 1,710 ล้านบาท

เมื่อทีมเชลซี ต้องเจอปัญหาอย่างหนักในเรื่องของการจบสกอร์ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เนื่องจาก 
1.ซามูเอล เอโต้
2.เฟร์นานโด ตอร์เรส และ 
3.เดมบา บา ต่างก็ยิงประตูลุ้นทีมไม่ค่อยได้เลย ซึ่งดาวซัลโวของทีมเมื่อปีที่แล้วกลับเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองกลางอย่าง เอแด็น อาซาร์

แต่แล้วเขาทั้งหลายก็ได้สมหวังดั่งใจหวังในการหากองหน้าตัวใหม่ หลัง จากได้เซ็นสัญญาคว้าตัว ดีเอโก้ คอสต้า จาก แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทีมเหมือนกันค่าตัว 38 ล้านยูโรหรือ 1,710 ล้านบาท และก็โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดอีกเพื่อในช่วงทัวร์ปรีซีซั่น ซัดประตูให้ทีม สิงห์บลูส์ ไปแล้วหลายตุง


1.กองหน้า หลุยส์ ซัวเรซ ของทีมบาร์เซโล น่า





ราคา 81 ล้านยูโรหรือว่า 3,645 ล้านบาท

เรื่องนี้ได้แปรไปเป็นเรื่อง เม้าท์มอยครั้งใหญ่เลยของเหล่าบรรดาคอลูกหนังกับการที่ หลุยส์ ซัวเรซ ได้ย้ายจากทีม ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับทีม บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 81 ล้านยูโรหรือ 3,645 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่หลงเชื่อกันว่าสาเหตุที่เจ้าตัวตัดสินใจย้ายทีมนั้นเป็นเพราะหนี ความวุ่นวายของสื่อแดนผู้ดีที่ชอบเขียนข่าวโจมตีตน รวมไปถึงขี้เกียดทนฟัง คำวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าบรรดาเกจิชื่อดังของ อังกฤษ และก็พวกตำนานนักเตะทีม หงส์แดง ที่ออกมาวิจารณ์อย่างหนักกับการไปกัดแขน จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2014

และสำหรับ ดาวยิงจอมกัดของทีมชาติ อุรุกวัย นั้นถือว่ามีส่วนสำคัญที่สุดที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล มีลุ้นคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 14 ปี เมื่อซีซั่นที่แล้ว แต่ก็ต้องอกหักไป พร้อมกับตีตั๋วไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ในรอบ 4-5 ปี ซึ่งตอนนี้ก็มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า การขาด ซัวเรซ ไปนั้นทีม หงส์แดง จะยังมีลุ้นแชมป์อยู่ไหมในซีซั่นหน้า ก็แตะรอดูกันเอาเองนะจ๊ะในซีซั่น 2014-15 ว่าจะเป็นยังไง




ซึ่งนั่นก็คือทีมแข้งค่าตัวแพงฉบับยังไม่เป็นทางการที่ผมนำมาฝากทุกท่าน ซึ่งแบบ ฉบับ Official นั้นยังต้องรออีกหน่อย ต้องรอจนกว่าตลาดนักเตะจะปิดตัวลง

เพราะว่าว่าในตอนนี้ก็ยังมีนักเตะอีกหลายคนเลยที่มี แววว่าจะได้ย้ายทีม อาทิ 1.แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ อาร์ตูโร่ วิดัลหรือไม และ 2.ราดาเมล ฟัลเกา จะมาทีมเรอัล มาดริด หรือเปล่าจะเป็นอย่างไรนั้นต้องติดตามกันต่อไปได้ที่  http://footballclubpza.blogspot.com/



อดัมส์จิกว่าวิลเชียร์สมควรได้เป็นแค่เงาของโอซิล 




คราวอดัมส์ ได้ วิเคราะห์บอลแนะนำ วิลเชียร์ ว่า ควรจะทรรศนะว่าการที่ เวนเกอร์ ได้ซื้อ โอซิล ให้เข้ามาแทนตัว เองนั้นเป็นการหยามเกียรติและต้องพยายามรีดฟอร์มเก่งคืนมาโดยเร็ว ก่อนที่จะแปรสภาพกลายเป็นแข้งดับสนิทอย่างเป็นทางการ

เมื่อโทนี่ อดัมส์ ซึงเป็นตำนานแบ็กโฟร์ยุคเลื่องชื่อของทีม อาร์เซน่อล ทีมที่เป็นชั้น นำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงให้สัมภาษณ์เปิดอก โดยระบุว่ารู้สึกผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของ แจ๊ค วิลเชียร์ ในช่วงหลังๆ เป็นอย่างมาก เห็นได้จากฟอร์มการเล่นที่สาละวันเตี้ยลงในห้วง 1 ปีหลัง สุด พร้อมจัดการจิกกัดทิ้งท้ายด้วยว่า อันที่จริงแล้ว ดาวเตะวัย 22 ควรจะรู้ตัวเอาไว้ด้วยว่าการที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือมาดละเมียด ไปทุ่มทุนซื้อ เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์แข้งเทพ เข้ามาเมื่อฤดูกาล ที่แล้ว ถือเป็นการกระทำที่ดูถูกฝีเท้าเจ้าตัวแบบตรงๆ

ซึ่งอดีตกัปตันทีมทีมากความสำเร็จของทีม เดอะ กันเนอร์ส ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ถ้า มันมีช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน อาทิเช่นนัดชิงบอลถ้วย หรือเกมบิ๊กแมตช์ ผมมั่นใจว่า อาร์แซน จะเลือก โอซิล ลงสนามก่อน แจ็ค แน่นอน อันที่จริงแล้ว แจ็ค ควรจะมองเรื่องนี้ เป็นการโดนดูถูกโดยตรง นับตั้งแต่วันที่ อาร์เซน่อล เซ็น โอซิล เข้ามา ทั้งๆ ที่ทีมก็มีนักเตะพรสวรรค์อย่างเขาอยู่แล้ว

เขากล่าวเพิ่มอีกว่า ผมคิดว่าเขาจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความหิวกระหายและ ความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ อาชีพของเขากำลังตกอยู่ในอันตรายกับการที่ไม่สามารถผลักดันศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งมันอาจทำให้เขาร่วงลงสู่ความตกต่ำในพริบตา เขาต้องลุยต้องสู้ มากกว่านี้ สลัดความกลัวทิ้งไปและแสดงไฟในตัวออกมา อดัมส์ ร่ายยาว

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอลในศึกฟุตบอลคอมมิวนิตี้ ชิลด์แต่ก่อนที่จะถึงศึกพรีเมียร์ลีกของแน่ๆ



เดี้ยงแล้วเดี้ยงอีกเมื่อดิอาบี้ส่อแววชวดฉะเรือ


สื่อต่างประเทศเผย ดิอาบี้ เดี้ยงรบกวนอีกระลอก หลังส่อไร้ชื่อในเกม คอมมูนิตี้ ชิลด์ ที่ทีม ปืนใหญ่ มีคิวดวลทีม เรือใบสีฟ้า เพราะมีอาการบาดเจ็บบริเวณสะโพกรบกวน

โดยเมื่ออาบู ดิอาบี้ กองกลางกระดูกยุงของ อาร์เซน่อล หนึ่งในทีมบิ๊กโฟร์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังหนีไม่พ้นอากัปกิริยาบาดเจ็บ หลังมีรายงานเจ้าตัวอาจไร้นามาในเกม คอมมูนิตี้ ชิลด์ ที่ต้นสังกัดมีคิวพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคืนวันอาทิตย์ 10 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ เพราะมีปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณสะโพกรบกวน

ซึ่งเล กิ๊ป ที่เป็นสื่อชื่อดังของประเทศฝรั่งเศส เผยถึงเรื่องนี้ว่า ดิอาบี้ ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวในเกมปรีซีซั่นที่ทัพ ปืนใหญ่ บุกพ่าย นิวยอร์ค เร้ด บูลส์ ทีมดังของศึกเมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ สหรัฐอเมริกา เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และอาการยังคงเลวร้ายลงถึงขั้นเอ็นสะโพกซ้ายบวม

โดยทั้งนี้ ดิอาบี้ มีปัญหาอาการบาดเจ็บมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นของฤดูกาลที่ผ่านมา ต้องใช้เวลาพักรักษาตัวเป็นปีจนเพิ่งจะหายเจ็บกลับมาในช่วงปรีซีซั่นของฤดูกาลนี้ แต่กลับมาเจ็บซ้ำ และคาดว่าการหายเจ็บกลับมาในคราวนี้มีแง่มุมทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือของทีมปฏิเสธที่จะคว้าห้องเครื่องรายใหม่มาร่วมทีม พร้อมปฏิเสธข่าวให้ความสนใจ ซามี เคห์ดิร่า กองกลางเลือดเบียร์ของ เรอัล มาดริด ในช่วงที่ผ่านมา



ครั้งโรโฮบอกใบ้ส่อแววย้ายซบทีมผีแดง



จริงก็ดีสินะ เมื่อแฟน ผี ต้องจักขุลุก ส่อแววเห็น โรโฮ แบ็คทีม ฟ้า-ขาว ร่วมทีมรัก หลังพบภาพหลักฐานแฉ ตัวนักเตะเห่อฟอลโลว์แข้ง ปีศาจแดง ใน ไอจี

เมื่อเหล่าบรรดาสาวกทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังใน พรีเมียร์ ลีก เกิดอาการเนื้อเต้น อาจได้เห็น มาร์กอส โรโฮ แบ็คเนื้อหอมชาว อาร์เจนติน่า ย้ายมาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังดาวเตะจากสโมสร เบนฟิก้า ถูกงัดภาพหลักฐานแฉว่า กำลังแห่ฟอลโลว์ดาวเตะ ปีศาจแดง อยู่ในเวลานี้

โดยรูปภาพที่ได้ถูกนำเสนอโดยแฟนบอลที่ใช้ชื่อ ทวิตเตอร์ว่า‏ Football_GIF ซึ่งนำภาพที่อ้างว่ามาจากทวิตเตอร์ของ ดาวเตะวัย 24 ปี ซึ่งจากภาพที่เห็นชี้ตัวว่า โรโฮ เพิ่งจะกดฟอลโลว์ ติดตามเพจของ 1.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 2.เวย์น รูนี่ย์, 3.โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และ 4.อัดนาน ยานาไซ ทำให้เจ้าตัวถูกลือว่าอาจจะย้ายมาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เร็วๆ นี้

โดยทั้งนี้ ในครู่ที่ตัว โรโฮ เพิ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 ที่ บราซิล เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา กับการพา อาร์เจนติน่า ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยแข้งรายนี้สามารถเล่นได้ในตำแหน่ง วิงแบ็ค และ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ซึ่งในเวลานี้ทัพ ปีศาจแดง กำลังเร่งหาย่านรับรายใหม่ หลัง โธมัส แฟร์มาเล่น เป้าหมายที่พวกเขาอยากได้ตัวส่อแววจะย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ค่อนข้างแน่แล้ว




วิเคราะห์บอลในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ แมนฯซิตี้ - อาร์เซน่อลที่ผ่านมา



ศึกฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์
แข่งกันที่สนาม : เวมบลี่ย์ สเตเดี้ยม

ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ - ทีมอาร์เซน่อล


ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้


เมื่อทีมเรือใบสีฟ้าของ มานูเอล เปเยกรินี่ ซึ่งได้มีสิทธิ์เข้ามาเตะในสารบาญ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จากการเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และถึงแม้รางวัลของผู้ชนะในเกมนี้อาจจะเปรียบเหมือนกับถ้วยน้ำจิ้ม แต่เชื่อได้เลยว่าพวกเขาจะมุ่งมั่นเก็บชัยชนะให้จงได้ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนที่ฤดูกาล 2014-15 จะเปิดฉากขึ้น

ทีมแมนฯ ซิตี้ ได้เสริมทัพผู้เล่นเข้ามานานารายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 


1.บาการี่ ซาญ่า จากทีมอาร์เซน่อล
2.เฟร์นานโด จากทีมเอฟซี ปอร์โต้
3.วิลลี่ กาบาเยโร่ จากทีมมาลาก้า และ 
4.แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ยืมตัวจากทีมนิวยอร์ค ซิตี้ สโมสรที่เป็นพาร์ทเนอร์มาใช้งานชั่วคราว

ในขั้วของความเสร็จของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะหมดสิทธิ์ที่จะใช้งาน 1.อัลบาโร่ เนเกรโด้ และ 2.เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน 2 ดาวยิงตัวเก่ง เนื่องจากกำลังอยู่ในตอนพักฟื้นจากอาการเจ็บ ในขณะที่ 2 นักเตะใหม่อย่าง บาการี่ ซาญ่า มีลุ้นได้ลงเล่นเจออดีตต้นสังกัดเก่า หลังย้ายจาก อาร์เซน่อล เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ส่วน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ เรือใบ คว้ามาด้วยสัญญายืมตัว ก็เปลี่ยนความฟิตลุ้นมีส่วนร่วมกับเกมนี้

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงตามคาด (4-2-3-1)  
1.โจ ฮาร์ท
2.อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ
3.มาร์ติน เดมิเคลิส
4.แว็งซ็องต์ ก็องปานี
5.บาการี่ ซาญ่า 
6.แฟร์นานดินโญ่
7.ยาย่า ตูเร่ 
8.ซาเมียร์ นาสรี่
9.ดาบิด ซิลบา
10.สเตฟาน โยเวติช และ 
11.เอดิน เซโก้

ทีมอาร์เซน่อล


โดยทีมปืนใหญ่ ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ได้สิทธิ์เข้ามาเล่นในถ้วย คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เช่นกัน แต่ว่ามาในฐานะแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อซีซั่นที่แล้ว ถึงแม้ช่วงหลังสถิติการเจอกันฝูงเขาจะเป็นรอง แมนฯ ซิตี้ โดย 8 นัดล่าสุด แพ้ 4 นัดเสมอ 3 นัด แต่พวกเขาจะสู้สุดใจแน่นอนเพื่อชัยชนะ เพราะศักดิ์ศรีทีมยักษใหญ่มันค้ำคอ

หลังจากที่หมู่อาร์เซน่อล ได้เสริมทัพผู้เล่นมาได้น่าสนใจทีเดียว หลังได้ตัวอย่าง
 

1.อเล็กซิส ซานเชซ จากทีมบาร์เซโลน่า
2.มาติเยอ เดอบูชี่ จากทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
3.คัลลัม แชมเบอร์ส จากทีมเซาธ์แฮมป์ตัน และ 
4.ดาวิด ออสปิน่า จากทีมนีซ

ในขั้วของเหตุพร้อมของทีม เดอะ กันเนอรส์ จะไม่มีนามของ 1.ดาวิด ออสปิน่า ที่มีอาการบาดเจ็บ รวมไปถึง 2.ลูคัส โพดอลสกี้, 3.เมซุต โอซิล และ 4.แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ซึ่งจะยังได้พัก หลังไปสู้ศึก ฟุต บอลโลก 2014 มา ขณะเดียวกันก็มีการคาดการณ์ว่า อเล็กซิส ซานเชซ นั้นน่าจะได้ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าแทนที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ซึ่งเหมือนกับยังมีปริศนาเรื่องสภาพความฟิต

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงตามคาด (4-2-3-1)  
1.วอยเชียค เชสนี่
2.คีแรน กิ๊บบ์ส
3.โลร็องต์ กอสเซียลนี่
4.คัลลัม แชมเบอร์ส
5.มาติเยอ เดอบูชี่
6.มิเกล อาร์เตต้า
7.แจ็ค วิลเชียร์
8.ซานติ กาซอร์ล่า
9.อารอน แรมซี่ย์
10.โทมัส โรซิคกี้ และ 
11.อเล็กซิส ซานเชซ

และมีสถิติที่น่าสนใจเพิ่มเติม
1. 8 เกมปฤษฎางค์สุดที่พบกัน แมนฯ ซิตี้ แพ้ อาร์เซน่อล แค่นัดเดียวเท่านั้น โดยเก็บชัยชนะได้ 4 นัด และเสมอ 3 นัด

2. 8 เกมหลังสุดที่พบกัน มีใบแดงเกิดขึ้นถึง 6 ใบ ซึ่งทางฝั่ง แมนฯ ซิตี้ นั้นได้ไป 4 ใบ และ อาร์เซน่อล อีก 2 ใบ

3.แมนฯ ซิตี้ เคยคว้าแชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ได้ 4 สมัย แต่ไม่คว้าได้ที่ เวมบลี่ย์

4.ครั้งที่สุดที่ แมนฯ ซิตี้ ฉกถ้วย คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ได้นั้นเกิดขึ้นในปี 2012 หลังเอาชนะ เชลซี 3-2 ที่ วิลล่า พาร์ค

5. 5 สิ้นสุดลีกสุดท้ายของซีซั่นที่แล้ว แมนฯ ซิตี้ เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ยิงได้ 14 ประตู และเสียแค่ 3 ประตูเท่านั้น

6. ครั้งล่าสุดที่ อาร์เซน่อล คว้าถ้วย คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ เวมบลี่ย์ ได้นั้นเกิดขึ้นในปี 1999 ซึ่งเกมนั้นพวกเขาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ 2-1 ส่วนครั้งล่าสุดที่ อาร์เซน่อล ได้ถ้วย คอมมิวนิตี้ ชิลด์ นั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2004

7. อาร์เซน่อล แพ้ 4 จาก 6 เกมล่าสุดที่เล่นที่ เวมบลี่ย์

8. อารอน แรมซี่ย์ ยิงได้ 16 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการเมื่อซีซั่นที่แล้ว




หงส์ได้ซีดเมื่อมาร์โควิชเดี้ยงส่อชวดเปิดซีซั่นอีกราย


เมื่อมาร์โควิช ได้ขึ้นทะเบียนแข้งเดี้ยงอีกรายของทีม หงส์แดง หลังส่อชวดลงทำเพลงในเกมอุ่นเครื่องนัดส่งท้าย ที่มีคิวดวลทีม เสือเหลือง คาดอาจพลาดลงเล่นเกมแรกของฤดูกาลสัปดาห์หน้าด้วย

เมื่อทีมลิเวอร์พูล บิ๊กทีมของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องได้รับข่าวร้ายตั้งแต่ฤดูกาลใหม่ยังไม่เริ่ม เมื่อมีรายงานว่า ลาซาร์ มาร์โควิช ปีกหน้าหล่อคนใหม่ของทีมได้รับเจ็บ และต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัวจนอาจไร้ชื่อในเกมนัดเปิดฤดูกาล 2014-15 ที่จะมีในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้เลยทีเดียว

โดยที่ทูลจากแดนผู้ดีเผยถึงเรื่องนี้ว่า มาร์โควิช ได้รับบาดเจ็บระหว่างร่วมทีมไปลงทำการแข่งขันช่วงปรีซีซั่นกับต้นสังกัดที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา และจะไม่ได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายที่จะพบกับทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังจาก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในคืนวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ รวมทั้งหากอาการยังไม่ดีขึ้นหรือยังไม่หายขาดอาจไม่มีชื่อในเกมนัดเปิดฤดูกาลใหม่ที่จะพบกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้อีกด้วย

ทั้งนี้เมื่อทีม หงส์แดง ต้องเจอปัญหาแข้งเดี้ยงตั้งแต่ฤดูกาลใหม่ยังไม่เริ่ม เพราะก่อนหน้านี้มี 2 นักเตะที่ต้องขึ้นเตียงพยาบาลไปแล้ว ทั้ง 1.อดัม ลัลลาน่า แข้งใหม่ที่มีอาการบาดเจ็บเข่าและต้องพักยาวจนกว่าจะถึงกลางนิศานาถกันยายน รวมไปถึง 2.แดเนี่ยล สเตอริดจ์ กองหน้าที่ยังอยู่ในช่วงของการพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บบริเวณเอ็นหลังหัวเข่า และคาดว่าจะกลับมาลงซ้อมได้ในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้



ฟาวเลอร์เชื่อว่าหริดจ์จะได้เกิดหลังจากที่ซัวเรซอพยพไป



เมื่อฟาวเลอร์ อดีตกองหน้าขวัญใจทีม เด็กหงส์ มั่นใจ สเตอร์ริดจ์ ฉายแววเป็นยอดดาวยิงและแทนการจากไปของ ซัวเรซ ได้อย่างแน่นอน

หลังจากที่ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตกองหน้าตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล รองแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ออกมาให้สนับสนุน แดเนียล สเตอร์ริดจ์ หัวหอกทีมชาติอังกฤษ ระเบิดฟอร์มอันสุดยอดช่วยทัพทีมหงส์แดง ในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้น เพื่อทดแทนจากไปของ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงอุรุกวัยที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลนา ยอดทีมของประเทศสเปน

โดยที่สเตอร์ริดจ์ทำ ซัลโว 21 ประตู และทำอีก 7 แอสซิสต์เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา โดยที่ ฟาวเลอร์ เชื่อว่าฤดูกาลนี้จะเป็นลู่ทางของกองหน้าขาแดนซ์ที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง ตอนนี้เขาได้โอกาสนั้นแล้ว จงลงไปเล่นเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าคุณพร้อมแล้วที่จะเป็นสุดยอดนักเตะ เราทุกคนรู้ดีว่าฟอร์มของเขาเจ๋งขนาดไหน แต่ตอนนี้เขามีโอกาสที่จะทำได้ดีกว่าเดิม

ในครั้นเมื่อเดียวกันที่ อดีตกองหน้าของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชี้ให้เห็นความมั่นใจว่าทัพ หงส์แดง จะสามารถรับมือกับการที่ไม่มี ซัวเรซ คอยยืนล่าตาข่าย เขาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่มีใครเทิ่งเกินสโมสรลิเวอร์พูล เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ เราเคยมีผู้เล่นหลายคนที่ย้ายออกไป แต่เราก็สามารถปรับตัวและทำผลงานกันได้ดี