วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วิเคราะห์ผลบอล 5 เค้าความ สิงโตเจ๊าอัซซูรี่

วิเคราะห์ฟุตบอล 5 ข้อคิด สิงโตเจ๊าอัซซูรี่





พวกสิงโตคำราม คณะชาติอังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์สเตเดี้ยม เสมอกับ อิตาลี ไปอย่างน่าเสียดาย 1-1 เพราะว่า เจมี วาร์ดี้ ทำประตูให้ทรีไลออนส์ขึ้นนำ ก่อนที่ VAR จักทำพิษให้ อิตาลี ได้จุดโทษตีเสมอ ในช่วงครึ่งหลัง

พร้อมทั้งนี่คือ 5 ประเด็นหลังเกมอุ่นเครื่องนัดนี้

1. ฟอร์มอันเจิดจรัสของ สเตอร์ริง



นัดนี้ ราฮีม เล่นได้อย่างโดดเด่น เป็นหัวใจ และทุกอย่างของคณะชาติอังกฤษ สร้างปัญหาให้กับแนวรับอัซซูรีได้ตลอดเวลา สมรรถพาบอลไปกับตัวได้ดี มีความมั่นใจในความอาจ เอาตัวรอดได้ในสถานการณ์คับขัน กับเป็นผู้ทำให้อังกฤษได้ฟรีคิกจนนำไปสู่ประตูขึ้นนำ 1-0

2. ทีมมีทิศทางที่ดีขึ้น



ภายหลังที่ยังตั้งตัวไม่ติดในช่วง 20 นาทีแรก เกือบจักเสียประตูหลายครั้ง แต่พลพรรคทรีไลออนส์ก็โหมโรงคลำหาทิศทางการเล่นของตัวเองเจอ

มันอาจจต้องใช้เวลาสักหน่อยก่อนที่ทีมชาติอังกฤษจะบุกเบิกเชื่อมั่นในตัวเอง หลังจากที่พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในความล้มเหลวมาหลายปีติดต่อกัน

นี่คือสิ่งที่อังกฤษพัฒนาขึ้น กับกลุ่มนักเตะที่ได้เล่นในหมู่ชั้นนำในประเทศ ด้วยกันยังได้ลงเล่นฟุตบอลยุโรปอย่างต่อเนื่อง พวกเขาดูจะค้นพบทิศทางที่ชัดเจนของตัวเองในยุคของ เซาท์เกต แล้ว

3. อุ่นใจคราวมี วาร์ดี้



ประตุแรกของปีด้วยกันประตูขึ้นนำของเขา เป็นการตอกกลับคำวิจารณ์ที่เจ้าตัวได้รับยามเล่นให้กรุ๊ปชาติ

ดาวยิงของเลสเตอร์ รอบรู้ทำประตูใส่่กรุ๊ปใหญ่ของยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น สเปน, เยอรมนี และ ฮอลแลนด์ เขายังคงเป็นผู้เล่นที่เหมาะกับเกมใหญ่ พร้อมกับแน่นอนว่ามีหนึ่งที่ว่างเพราะเขาในฟุตบอลโลกหนนี้เรียบร้อยแล้ว

4. อนาคตของ เดเล อัลลี?



2 เกม ที่ปราศจาก เดเล อัลลี ทำให้แฟน ๆ ต่างเลิกสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับตัวรุกของไก่เดือยทอง

จากที่เคยเป็นความหวังของหมู่ชาติอังกฤษยุคใหม่ พร้อมกับหลังจากที่เปลี่นนเอเยนต์ทันทีที่ปีที่แล้ว ทำให้เริ่มต้นมีเสียงวิจารณ์ถึงอนาคตมากขึ้นทุกที

แน่นอนว่า เขาอาจจักไม่ได้กลายเป็นนักเตะที่เลวร้ายไปในชั่วข้ามคืน พร้อมทั้ง เซาท์เกต ก็คงบ้าเต็มทีถ้าไม่หนีบดาวเตะผู้นี้ขึ้นเครื่องไปรัสเซียด้วย

แต่ 2 นัดที่เปลี่ยนมาก็คงทำให้ผู้จัดการฝ่ายชาติอังกฤษเห็นอะไรบางอย่าง ในกรุ๊ปที่ปราศจาก อัลลี กับผลการแข่งขันที่ออกมาที่ค่อนข้างน่าพอใจ

5. ลินการ์ด ยังรักษาฟอร์มได้ดี



ตำแหน่งของ อัลลี ถูกแทนที่ด้วย เจสซี ลินการ์ด อีกนัด ซึ่งก็สมควรแล้วที่เขาจะได้รับตำแหน่งนี้ จนกระทั่งพิจารณาจากฟอร์มการเล่นที่แสดงออกมาในฤดูกาลนี้

มันเป็นวลายาวนาน พร้อมทั้งนานเกินไปที่นักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผู้นี้ถูกประเมินค่าต่ำจนเกินไปในสโมสรพร้อมด้วยกลุ่มชาติ แต่เขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า เขานี่แหล่ะ คือนักเตะที่เหมาะกับเกมใหญ่

ลินการ์ด ทำไปแล้ว 14 ประตูรวมทุกรายการ ซึ่งหมายรวมถึงประตูชัยที่เพิ่งทำให้อังกฤษเอาชนะฮอลแลนด์จนกระทั่งสุดสัปดาห์ที่เปลี่ยนมาด้วย

ดังนั้น ไม่ต้องกังวลอะไรเลย เขาได้ตั๋วไปรัสเซียแน่นอน!

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ผลบอลสด "ชัคตาร์ฯ" เชือดนิ่ม "โรม่า" 2-1 ยูฟ่า ชปล.รอบ 16 ทีม

"ชัคตาร์ฯ" เชือดนิ่ม "โรม่า" 2-1 ยูฟ่า ชปล.รอบ 16 ทีม

 



การประชันบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก เป็นการบรรจบกันในคู่ระหว่าง ชัคตาร์ โดเนตส์ค พลัดพรากยูเครน เปิดสนามเมตาลิสต์ สเตเดี้ยม กำราบกับ โรม่า จากอิตาลี

เปาโล ฟอนเซก้า ผู้สั่งการทีมชัคตาร์ โดเนตส์ค ได้ ไทซอน ปีกซ้ายสร้างผ่านทดสอบความฟิต เกมรุกหวังพึ่งทีเด็ด ฟากุนโด เฟร์เรย์ร่า รอสวนกลับ

ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ บิ๊กบอสอาแอส โรม่า ส่ง อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ แบ็คขวาหายทันลงสนาม เกมรุกไว้คลายกังวล เซนกิส อุนแดร์ ดาวรุ่งเติร์กเล่นสามผสมร่วมกับ เอดิน เซโก้ และ ดิเอโก้ เปร็อตติ

ผลปรากฏว่า นาทีที่ 41 หมาป่าแห่งกรุงโรมได้ประตูขึ้นนำ จาก เจนกิซ อุนแดร์ พ้นเข้ามายิงด้วยซ้ายยังไม่ตายประตู ทำให้จบ 45 นาที โรม่า บุกมานำ ชัคตาร์ โดเนทส์ค 1-0

นาทีที่ 52 เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจาก ฟากุนโด้ เฟร์เรย์ร่า ต้องหนี คอสตาส มาโนลาส เข้าจุดโทษก่อนแปเข้าไปง่ายๆ สกอร์คืนมาเท่ากันที่ 1-1

นาทีที่ 71 ทีมจากยูเครนได้ประตูแซงนำ 2-1 จากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ กับเป็น เฟร็ด วิ่งเข้ามาปั่นเข้าประตูไป

จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ ผลบอล จบ 90 นาที ชัคตาร์ โดเนทส์ค เอาชนะ โรม่า 2-1 โดยทั้งสองทีมจะกลับมาพบกันที่ สตาดิโอ โอลิมปิโก้ ในนัดสอง คืนวันอังคารที่ 13 มีนาคม 2.45 น. ตามเวลาประเทศไทย

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

5 ข้อความสำคัญสัมผัสรู้ เกม แมนฯยูฯ พลิกเชือด เชลซี

 

5 หลักสำคัญจงรู้ เกม แมนฯยูฯ บิดเชือด เชลซี

ทำเป็นการจนได้สำหรับลูกทีมของโฆเซ มูรินโญ หลังจากพวกเขาถูกทีมเยือนบุกมานำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 การที่พวกเขากลับกันมาชนะเชลซีได้ 2-1 ทำให้พวกเขาทำเป็นแซงลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่ชั้น 2 ได้อีกครั้งด้วย

อย่างใดก็ตาม นี่ไม่ใช่เพียงข้อความเดียวที่เกิดขึ้นในเกมบิ๊กแมตช์สุดมันวันอาทิตย์ และ 5 ข้อต่อไปนี้ก็คือ 5 เรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นเกมดังกล่าวครับผม

5. วิลเลียน ขโมยซีน



เสียแต่ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเป็นอย่างเอาชนะไปได้ 2-1 ในกลับคืนที่ผ่านมา แต่ปิดประตูไม่ได้เลยว่าการโชว์ฟอร์มของวิลเลียนในเกมนี้เอาปราบปีกคนอื่น ๆ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ็องโตนี มาร์กเซียล, อเล็กซิส ซานเชซ, เปโดร โรดริเกซ หรือว่าแม้แต่เอเด็น อาซาร์

ประตูขึ้นนำในเกมนี้เริ่มมาจากการตัดบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนกำหนดเป็นวิลเลียนเองนี่แหละที่ทำบอลขึ้นมาในแดนแมนฯ ยู เล่นกัน 2 คนกับเอเด็น อาซาร์จนร่วงกับดักล้ำหน้าพร้อมกับกลายเป็นประตูในที่สุด

การเล่นอย่างเฉียบแหลมพร้อมด้วยความคมในการทำประตูของวิลเลียนไม่ใช่ความบังเอิญ โดยอย่างเดียวแฟนบอลบาร์ซาน่าจะรู้ดีที่สุด

4. ลูกากู ยิงทีม Top 6 ได้ซะที

 



ชายผู้มีค่าเหนื่อย 250,000 ปอนด์ประสานรอยสัปดาห์ต้องเจอแรงกดดันมากในระยะหลัง สัมพันธ์มาจากสถิติอันย่ำแย่บางอย่างของเจ้าตัว

นั่นคือเขาไม่เคยยิงทีม Top 6 ได้เลย

เขาแตะต้องครหาว่าไม่ใช่ของจริง ยิงได้แต่ทีมที่อ่อนกว่า พร้อมทั้งอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ประตูกับเชลซีในวันนี้ไม่ใช่เป็นแค่แค่การลบสถิติออกเท่านั้น เฉพาะยังเป็นการแสดงให้เห็นด้วยว่าเขามีสมาธิหน้าปากประตูมากขนาดไหน พร้อมด้วยคงไม่นานเกินรอที่เขาจะยิงทีม Top 6 ได้อีกครั้ง

3. ลินการ์ด ยังมีของดีซ่อนอยู่อีกเยอะ



หนุ่มน้อยผู้เป็นผลิตผลของอคาเดมีผีแดงผู้นี้เคยมีช่วงเวลาอันยอดอยู่ระยะหนึ่ง หลังซัดไป 6 ประตูจาก 9 นัดที่ลงเล่น ก่อนจะเริ่มจางหายไปในที่สุด

ซึ่งร้ายแรงของลินการ์ดก็ดูจะย่ำแย่เข้าไปอีกเมื่ออเล็กซิส ซานเชซเดินทางมาถึงโอลด์แทร็ฟฟอร์ด เพราะแม้อเล็กซิสจะไม่ได้เล่นทับระดับเขาโดยตรง แต่มันหมายความว่านักเตะที่มีฝีมือไล่เลี่ยกันกับเล่นตำแหน่งใกล้เคียงกันต้องมีคู่แข่งมากขึ้น แรชฟอร์ดเอย มาร์กซิยาลเอย มาตาเอย นักฟุตบอลเหล่านี้แหละที่จะมาทับที่เขา

ทำนองก็ตาม วันนี้เป็นวันที่ลินการ์ดแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขายังมีดีซ่อนอยู่อีก การสอดขึ้นมาโขกบอลโล่ง ๆ ทำให้เห็นพิสัยทัศน์ของการเป็นตัวทำประตูของเขา แถมการโหม่งก็ยังควบคุมทิศทางพร้อมทั้งแรงได้ดีอีกด้วย ต้องชมเขาล่ะ

2. แมนฯ ยูเริ่มหายใจได้ทั่วท้องบ้างแล้ว

 



เมื่อก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น มีหลายฝ่ายมองว่าแมนฯ ยู มีสิทธิร่วงจากพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก

ก็จะไม่ให้มองได้อย่างไร เมื่อก่อนนี้พวกเขาแพ้ทั้งสเปอร์สด้วยกันนิวคาสเซิล กลายร่างทิ้งที่เป็นทีมลุ้นแชมป์อยู่ดี ๆ ตอนนี้เริ่มจะเป็นทีมลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยกันหากพวกเขาแพ้เชลซีอีก พวกเขาจะอยู่อันดับ 3 มีแต้มเท่าอันดับ 4 และนำอันดับ 5 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น

ความมีชัยในนัดนี้ส่งผลให้พวกเขาทิ้งเชลซีออกไปเป็น 6 คะแนน กับแม้ว่าพวกเขามีคิวแข้งกับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้กระนั้นเชลซีเองก็ต้องเจอกับซิตี้และลิเวอร์พูลเช่นกัน เติมให้สิงห์บลูยังต้องไปเจอสเปอร์สอีกด้วย ตอนนี้เราจึงกล้าพูดได้เลยว่างานของเชลซียังหนักกว่าเยอะ

1. สัญญาณของมิตรภาพ

 



อันโตนิโอ คอนเตกับโฆเซ มูรินโญเริ่มประสานงาคารมกันมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วพร้อมด้วยยิ่งมาหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ในฤดูกาลนี้ นั่นทำให้โอกาสที่ทั้งสองคนจะจับมือกันในสัปดาห์นี้ดูเป็นไปไม่ได้เลย

โดยเฉพาะเมื่อมูรินโญเดินไปจับมือกับนักเตะเชลซีทุกคนในอุโมงค์ก่อนเกมเริ่ม แต่ยังไม่ยอมจับมือกับคอนเต้ ในขณะที่คอนเต้เองก็พยายามจะเลี่ยงมูรินโญอยู่ตลอดเวลา

แต่พวกเขาก็จับมือกันจนได้จริง ๆ ถึงจะแป๊บเดียวก็เถอะ คงทำให้อัฟราม แกรนท์สบายใจขึ้นมาหน่อยละนะ

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

5 คดีจำต้องรู้ เกม แมนฯยูฯ พลิกเชือด เชลซี

 

5 ส่วนควรรู้ เกม แมนฯยูฯ กลับเชือด เชลซี

ทำสำเร็จลุล่วงจนได้สำหรับผู้ร่วมทีมของโฆเซ มูรินโญ หลังจากพวกเขาถูกทีมเยือนบุกมานำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 การที่พวกเขากลับกันมาชนะเชลซีได้ 2-1 ทำให้พวกเขาศักยแซงลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่ชั้น 2 ได้อีกครั้งด้วย

อะไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เพียงข้อเดียวที่เกิดขึ้นในเกมบิ๊กแมตช์สุดมันวันอาทิตย์ และ 5 ข้อต่อไปนี้ก็คือ 5 เรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นเกมดังที่กล่าวมาแล้วครับผม

5. วิลเลียน ขโมยซีน



ต่างว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเป็นแดนเอาชนะไปได้ 2-1 ในกลับที่ผ่านมา แต่ไม่ยอมรับไม่ได้เลยว่าการโชว์ฟอร์มของวิลเลียนในเกมนี้เอามีชัยปีกคนอื่น ๆ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ็องโตนี มาร์กเซียล, อเล็กซิส ซานเชซ, เปโดร โรดริเกซ หรือไม่แม้แต่เอเด็น อาซาร์

ประตูขึ้นนำในเกมนี้เริ่มมาจากการตัดบอลหน้ากรอบเขตโทษ แต่ก่อนเป็นวิลเลียนเองนี่แหละที่ทำบอลขึ้นมาในแดนแมนฯ ยู เล่นกัน 2 คนกับเอเด็น อาซาร์จนพลุ่ยกับดักล้ำหน้าและกลายเป็นประตูในที่สุด

การเล่นอย่างเฉียบแหลมพร้อมด้วยความคมในการทำประตูของวิลเลียนไม่ใช่หัวข้อบังเอิญ โดยแต่แฟนบอลบาร์ซาน่าจะรู้ดีที่สุด

4. ลูกากู ยิงทีม Top 6 ได้ซะที

 



ชายผู้มีค่าเหนื่อย 250,000 ปอนด์บัดกรีสัปดาห์ต้องเจอแรงกดดันมากในระยะหลัง เกี่ยวพันมาจากสถิติอันย่ำแย่บางอย่างของเจ้าตัว

นั่นคือเขาไม่เคยยิงทีม Top 6 ได้เลย

เขาควรครหาว่าไม่ใช่ของจริง ยิงได้อย่างเดียวทีมที่อ่อนกว่า พร้อมทั้งอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ประตูกับเชลซีในวันนี้ไม่ใช่เป็นแทบแค่การลบสถิติออกเท่านั้น แต่กลับยังเป็นการบ่งบอกให้เห็นด้วยว่าเขามีสมาธิหน้าปากประตูมากขนาดไหน พร้อมด้วยคงไม่นานเกินรอที่เขาจะยิงทีม Top 6 ได้อีกครั้ง

3. ลินการ์ด ยังมีของดีซ่อนอยู่อีกเยอะ



เด็กชายผู้เป็นผลิตกรรมของอคาเดมีผีแดงผู้นี้เคยมีช่วงเวลาอันแถวหน้าอยู่ระยะหนึ่ง หลังซัดไป 6 ประตูจาก 9 นัดที่ลงเล่น ก่อนจะเริ่มจางหายไปในที่สุด

ซึ่งวิกฤติของลินการ์ดก็ดูจะย่ำแย่เข้าไปอีกเมื่ออเล็กซิส ซานเชซเดินทางมาถึงโอลด์แทร็ฟฟอร์ด เพราะแม้อเล็กซิสจะไม่ได้เล่นทับที่เขาโดยตรง แต่มันหมายความว่านักเตะที่มีฝีมือไล่เลี่ยกันและเล่นตำแหน่งใกล้เคียงกันต้องมีคู่แข่งมากขึ้น แรชฟอร์ดเอย มาร์กซิยาลเอย มาตาเอย นักฟุตบอลเหล่านี้แหละที่จะมาทับสมณศักดิ์เขา

อย่างไรก็ตาม วันนี้เป็นวันที่ลินการ์ดแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขายังมีดีซ่อนอยู่อีก การสอดขึ้นมาโขกบอลโล่ง ๆ ทำให้เห็นพิสัยทัศน์ของการเป็นตัวทำประตูของเขา แถมการโหม่งก็ยังควบคุมทิศทางพร้อมด้วยแรงได้ดีอีกด้วย ต้องชมเขาล่ะ

2. แมนฯ ยูเริ่มหายใจได้ทั่วท้องบ้างแล้ว

 



ครั้งก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น มีหลายฝ่ายมองว่าแมนฯ ยู มีสิทธิร่วงจากพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก

ก็จะไม่ให้มองได้อย่างไร แต่ก่อนนี้พวกเขาแพ้ทั้งสเปอร์สด้วยกันนิวคาสเซิล กลายร่างดำเนินที่เป็นทีมลุ้นแชมป์อยู่ดี ๆ ตอนนี้เริ่มจะเป็นทีมลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับหากพวกเขาแพ้เชลซีอีก พวกเขาจะอยู่อันดับ 3 มีแต้มเท่าอันดับ 4 และนำอันดับ 5 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น

อปราชัยในนัดนี้ส่งผลให้พวกเขาทิ้งเชลซีออกไปเป็น 6 คะแนน และแม้ว่าพวกเขามีคิวแข้งกับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้กระนั้นเชลซีเองก็ต้องเจอกับซิตี้และลิเวอร์พูลเช่นกัน เพิ่มสิงห์บลูยังต้องไปเจอสเปอร์สอีกด้วย ตอนนี้เราจึงกล้าพูดได้เลยว่างานของเชลซียังหนักกว่าเยอะ

1. สัญญาณของมิตรภาพ

 



อันโตนิโอ คอนเตกับโฆเซ มูรินโญเริ่มประสานงาคารมกันมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วกับยิ่งมาหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ในฤดูกาลนี้ นั่นทำให้โอกาสที่ทั้งสองคนจะจับมือกันในสัปดาห์นี้ดูเป็นไปไม่ได้เลย

โดยอย่างเดียวเมื่อมูรินโญเดินไปจับมือกับนักเตะเชลซีทุกคนในอุโมงค์ก่อนเกมเริ่ม แต่ยังไม่ยอมจับมือกับคอนเต้ ในขณะที่คอนเต้เองก็พยายามจะเลี่ยงมูรินโญอยู่ตลอดเวลา

แต่เขาทั้งหลายก็จับมือกันจนได้จริง ๆ ถึงจะแป๊บเดียวก็เถอะ คงทำให้อัฟราม แกรนท์สบายใจขึ้นมาหน่อยละนะ

วิเคราะห์ฟุตบอล 5 หัวข้อ สิงโตเจ๊าอัซซูรี่

ผลบอล 5 หลักใหญ่ สิงโตเจ๊าอัซซูรี่





เหล่าสิงโตคำราม หมู่ชาติอังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์สเตเดี้ยม เสมอกับ อิตาลี ไปอย่างน่าเสียดาย 1-1 เพราะว่า เจมี วาร์ดี้ ทำประตูให้ทรีไลออนส์ขึ้นนำ ก่อนที่ VAR จักทำพิษให้ อิตาลี ได้จุดโทษตีเสมอ ในช่วงครึ่งหลัง

พร้อมด้วยนี่คือ 5 ประเด็นหลังเกมอุ่นเครื่องนัดนี้

1. ฟอร์มอันเจิดจรัสของ สเตอร์ริง



นัดนี้ ราฮีม เล่นได้อย่างโดดเด่น เป็นหัวใจ กับทุกอย่างของกรุ๊ปชาติอังกฤษ สร้างปัญหาให้กับแนวรับอัซซูรีได้ตลอดเวลา เป็นได้พาบอลไปกับตัวได้ดี มีความมั่นใจในความสามารถ เอาตัวรอดได้ในสถานการณ์คับขัน พร้อมด้วยเป็นผู้ทำให้อังกฤษได้ฟรีคิกจนนำไปสู่ประตูขึ้นนำ 1-0

2. พวกมีทิศทางที่ดีขึ้น



หลังจากที่ยังตั้งตัวไม่ติดในช่วง 20 นาทีแรก เกือบจะเสียประตูหลายครั้ง แต่พลพรรคทรีไลออนส์ก็เริ่มทำคลำหาทิศทางการเล่นของตัวเองเจอ

มันอาจจต้องใช้เวลาสักหน่อยก่อนที่พวกชาติอังกฤษจะเกริ่นเชื่อมั่นในตัวเอง หลังจากที่พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในความล้มเหลวมาหลายปีติดต่อกัน

นี่คือสิ่งที่อังกฤษพัฒนาขึ้น กับกลุ่มนักเตะที่ได้เล่นในกลุ่มชั้นนำในประเทศ พร้อมด้วยยังได้ลงเล่นฟุตบอลยุโรปอย่างต่อเนื่อง พวกเขาดูจักค้นพบทิศทางที่ชัดเจนของตัวเองในยุคของ เซาท์เกต แล้ว

3. อุ่นใจคราวมี วาร์ดี้



ประตุแรกของปีด้วยกันประตูขึ้นนำของเขา เป็นการตอกกลับคำวิจารณ์ที่เจ้าตัวได้รับยามเล่นให้กรุ๊ปชาติ

ดาวยิงของเลสเตอร์ ศักยทำประตูใส่่กลุ่มใหญ่ของยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจักเป็น สเปน, เยอรมนี พร้อมกับ ฮอลแลนด์ เขายังคงเป็นผู้เล่นที่เหมาะกับเกมใหญ่ และแน่นอนว่ามีหนึ่งที่ว่างเพราะว่าเขาในฟุตบอลโลกหนนี้เรียบร้อยแล้ว

4. อนาคตของ เดเล อัลลี?



2 เกม ที่ปราศจาก เดเล อัลลี ทำให้แฟน ๆ ต่างเลิกสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับตัวรุกของไก่เดือยทอง

จากที่เคยเป็นความหวังของเหล่าชาติอังกฤษยุคใหม่ และหลังจากที่เปลี่นนเอเยนต์ทันทีที่ปีที่แล้ว ทำให้เริ่มต้นมีเสียงวิจารณ์ถึงอนาคตมากขึ้นทุกที

แน่นอนว่า เขาอาจจะไม่ได้กลายเป็นนักเตะที่เลวร้ายไปในชั่วข้ามคืน และ เซาท์เกต ก็คงบ้าเต็มทีต่างว่าไม่หนีบดาวเตะผู้นี้ขึ้นเครื่องไปรัสเซียด้วย

แต่ 2 นัดที่ทะลุมาก็คงทำให้ผู้จัดการฝ่ายชาติอังกฤษเห็นอะไรบางอย่าง ในทีมที่ปราศจาก อัลลี พร้อมด้วยผลการแข่งขันที่ออกมาที่ค่อนข้างน่าพอใจ

5. ลินการ์ด ยังรักษาฟอร์มได้ดี



ตำแหน่งของ อัลลี ถูกแทนที่ด้วย เจสซี ลินการ์ด อีกนัด ซึ่งก็สมควรแล้วที่เขาจักได้รับตำแหน่งนี้ พอพิจารณาจากฟอร์มการเล่นที่แสดงออกมาในฤดูกาลนี้

มันเป็นวลายาวนาน พร้อมด้วยนานเกินไปที่นักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผู้นี้ถูกประเมินค่าต่ำจนเกินไปในสโมสรพร้อมกับฝ่ายชาติ แต่เขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า เขานี่แหล่ะ คือนักเตะที่เหมาะกับเกมใหญ่

ลินการ์ด ทำไปแล้ว 14 ประตูรวมทุกรายการ ซึ่งหมายรวมถึงประตูชัยที่เพิ่งทำให้อังกฤษเอาชนะฮอลแลนด์คราวสุดอาทิตย์ที่ข้ามมาด้วย

ดังนั้น ไม่ต้องกังวลอะไรเลย เขาได้ตั๋วไปรัสเซียแน่นอน!

ตารางบอล "ชัคตาร์ฯ" เชือดนิ่ม "โรม่า" 2-1 ยูฟ่า ชปล.รอบ 16 ทีม

"ชัคตาร์ฯ" เชือดนิ่ม "โรม่า" 2-1 ยูฟ่า ชปล.รอบ 16 ทีม

 



การขับเคี่ยวฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก เป็นการเผชิญกันในคู่ระหว่าง ชัคตาร์ โดเนตส์ค ลูกจากยูเครน เปิดสนามเมตาลิสต์ สเตเดี้ยม จัดการกับ โรม่า จากอิตาลี

เปาโล ฟอนเซก้า ผู้จัดการทีมชัคตาร์ โดเนตส์ค ได้ ไทซอน ปีกซ้ายข้ามประลองความฟิต เกมรุกหวังพึ่งทีเด็ด ฟากุนโด เฟร์เรย์ร่า รอสวนกลับ

ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ บิ๊กบอสอาแอส โรม่า ส่ง อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ แบ็คขวาหายทันลงสนาม เกมรุกไว้คลายใจ เซนกิส อุนแดร์ ดาวรุ่งเติร์กเล่นสามร่วมร่วมกับ เอดิน เซโก้ และ ดิเอโก้ เปร็อตติ

ผลปรากฏว่า นาทีที่ 41 หมาป่าแห่งกรุงโรมได้ประตูขึ้นนำ จาก เจนกิซ อุนแดร์ หลวมเข้ามายิงด้วยซ้ายยังไม่ตายประตู ทำให้จบ 45 นาที โรม่า บุกมานำ ชัคตาร์ โดเนทส์ค 1-0

นาทีที่ 52 เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจาก ฟากุนโด้ เฟร์เรย์ร่า แตะหนี คอสตาส มาโนลาส เข้าจุดโทษก่อนแปเข้าไปง่ายๆ สกอร์กลับคืนมาเท่ากันที่ 1-1

นาทีที่ 71 ทีมจากยูเครนได้ประตูแซงนำ 2-1 จากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ พร้อมทั้งเป็น เฟร็ด วิ่งเข้ามาปั่นเข้าประตูไป

จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ ผลบอล จบ 90 นาที ชัคตาร์ โดเนทส์ค เอาชนะ โรม่า 2-1 โดยทั้งสองทีมจะกลับมาพบกันที่ สตาดิโอ โอลิมปิโก้ ในนัดสอง คืนวันอังคารที่ 13 มีนาคม 2.45 น. ตามเวลาประเทศไทย

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ผลบอล "ชัคตาร์ฯ" เชือดนิ่ม "โรม่า" 2-1 ยูฟ่า ชปล.รอบ 16 ทีม

"ชัคตาร์ฯ" เชือดนิ่ม "โรม่า" 2-1 ยูฟ่า ชปล.รอบ 16 ทีม

 



การแข่งฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก เป็นการพบปะกันในคู่ระหว่าง ชัคตาร์ โดเนตส์ค ทิ้งยูเครน เปิดสนามเมตาลิสต์ สเตเดี้ยม ต้านทานกับ โรม่า จากอิตาลี

เปาโล ฟอนเซก้า ผู้บัญชาทีมชัคตาร์ โดเนตส์ค ได้ ไทซอน ปีกซ้ายเปลี่ยนลองเชิงความฟิต เกมรุกหวังพึ่งทีเด็ด ฟากุนโด เฟร์เรย์ร่า รอสวนกลับ

ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ บิ๊กบอสอาแอส โรม่า ส่ง อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ แบ็คขวาหายทันลงสนาม เกมรุกไว้สนิทใจ เซนกิส อุนแดร์ ดาวรุ่งเติร์กเล่นสามประสมประสานร่วมกับ เอดิน เซโก้ และ ดิเอโก้ เปร็อตติ

ผลปรากฏว่า นาทีที่ 41 หมาป่าแห่งกรุงโรมได้ประตูขึ้นนำ จาก เจนกิซ อุนแดร์ พลุ่ยเข้ามายิงด้วยซ้ายยังมีชีวิตอยู่ประตู ทำให้จบ 45 นาที โรม่า บุกมานำ ชัคตาร์ โดเนทส์ค 1-0

นาทีที่ 52 เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจาก ฟากุนโด้ เฟร์เรย์ร่า สัมผัสหนี คอสตาส มาโนลาส เข้าจุดโทษก่อนแปเข้าไปง่ายๆ สกอร์หวนกลับมาเท่ากันที่ 1-1

นาทีที่ 71 ทีมจากยูเครนได้ประตูแซงนำ 2-1 จากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ พร้อมด้วยเป็น เฟร็ด วิ่งเข้ามาปั่นเข้าประตูไป

จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ ผลบอล จบ 90 นาที ชัคตาร์ โดเนทส์ค เอาชนะ โรม่า 2-1 โดยทั้งสองทีมจะกลับมาพบกันที่ สตาดิโอ โอลิมปิโก้ ในนัดสอง คืนวันอังคารที่ 13 มีนาคม 2.45 น. ตามเวลาประเทศไทย